กรมการค้าต่างประเทศ (คต.) จับมือ BERNAS บริษัทที่ได้รับสิทธิในการนำเข้าข้าวแต่เพียงผู้เดียวของมาเลเซีย กระชับความสัมพันธ์การค้าข้าวไทย–มาเลเซีย หลังข้าวไทยกลับขึ้นแท่นแหล่งนำเข้าข้าวอันดับ 1 ของมาเลเซียในช่วงครึ่งแรกปี 2569 ด้วยปริมาณกว่า 3.27 แสนตัน ปลื้ม BERNAS ชื่นชมคุณภาพข้าวไทยและความน่าเชื่อถือของผู้ส่งออกไทยที่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามสัญญาและตรงเวลา แม้ตลาดโลกเผชิญความผันผวน มั่นใจปีนี้ส่งออกข้าวไทยไปมาเลเซียมีโอกาสทะลุ 700,000 ตัน สูงสุดในรอบกว่า 20 ปี
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายนางชนินทร หริ่มเจริญ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นำคณะผู้แทนภาครัฐและสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เดินทางเยือนกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 เพื่อหารือและกระชับความสัมพันธ์ด้านการค้าข้าวกับ Padiberas Nasional Berhad (BERNAS) ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับสิทธิในการนำเข้าข้าวแต่เพียงผู้เดียวของมาเลเซีย โดยในการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ตลาดข้าว นโยบายด้านความมั่นคงทางอาหาร ทิศทางการนำเข้าข้าวของมาเลเซีย รวมถึงแนวโน้มการจัดซื้อข้าวในปี 2569 ซึ่งมาเลเซียมีความต้องการบริโภคข้าวประมาณ 2.69 ล้านตัน ขณะที่มีผลผลิตภายในประเทศประมาณ 1.42 ล้านตัน และสถานการณ์การนำเข้าข้าวประมาณ 1.46 ล้านตัน สะท้อนให้เห็นว่ามาเลเซียยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าข้าวจากต่างประเทศในระดับสูง เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารและรักษาเสถียรภาพของตลาดภายในประเทศ
นางอารดาฯ กล่าวว่า ถือเป็นสัญญาณที่ดีอย่างยิ่งสำหรับข้าวไทย เนื่องจาก BERNAS ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ไทยกลับขึ้นมาเป็นแหล่งนำเข้าข้าวอันดับ 1 ของมาเลเซีย ด้วยปริมาณ 327,995 ตัน จากปริมาณนำเข้าข้าวทั้งหมด 710,656 ตัน หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 46 โดยมีเวียดนามตามหลังมาที่ 232,416 ตัน อินเดีย 62,115 ตัน และกัมพูชา 57,602 ตัน ตามลำดับ โดยปริมาณข้าวจากไทยในช่วงเพียง 6 เดือนแรกของปีนี้สูงกว่าปริมาณที่มาเลเซียนำเข้าจากไทยตลอดทั้งปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 264,605 ตัน สะท้อนถึงการกลับมาขยายตัวอย่างโดดเด่นของข้าวไทยในตลาดมาเลเซีย โดยส่วนใหญ่ข้าวที่มาเลเซียนำเข้าจากไทยเป็น ข้าวขาว เนื่องจากผู้บริโภคในคาบสมุทรมาเลเซียนิยมข้าวซึ่งมีเนื้อสัมผัสค่อนข้างแข็งและหุงขึ้นหม้อ อันเป็นคุณลักษณะเด่นของข้าวขาวไทย และ BERNAS ต้องการให้ไทยรักษาคุณภาพไว้ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยย้ำว่าไทยยังคงเป็นแหล่งจัดหาข้าวที่สำคัญและเชื่อถือได้ของมาเลเซีย พร้อมชื่นชมผู้ส่งออกข้าวไทยที่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามสัญญา
ทั้งนี้การพิจารณาจัดซื้อข้าวของ BERNAS ไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยด้านราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความต่อเนื่อง และความตรงต่อเวลาในการส่งมอบ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญของผู้ส่งออกไทย ขณะที่ข้าวหอมมะลิไทยและข้าวหอมไทย ยังคงได้รับการยอมรับด้านคุณภาพและมีโอกาสขยายตลาดในกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ แม้ต้องเผชิญการแข่งขันด้านราคาจากข้าวหอมของประเทศคู่แข่ง ภายหลังการหารือ กรมฯ ได้เชิญผู้บริหาร BERNAS เข้าร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์ข้าวไทยและสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ (Networking) ณ ร้านอาหาร Malai Thai ซึ่งได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จากกระทรวงพาณิชย์ โดยได้รับเกียรติจากนางสาวลดา ภู่มาศ เอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ พร้อมด้วยผู้ประกอบการค้าข้าวรายสำคัญของมาเลเซียและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกว่า 50 ราย ภายในงานได้ประชาสัมพันธ์ข้าวไทยหลากหลายชนิด อาทิ ข้าวหอมมะลิไทย ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และข้าวสังข์หยด ควบคู่กับการนำเสนอผ่านเมนูอาหารไทย อาทิ ยำปลากะพงนึ่งมะนาว แกงข่าไก่ กุ้งซอสมะขาม และข้าวเหนียวมะม่วง เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสคุณภาพและความหลากหลายของข้าวไทยผ่านการรับประทานอาหารไทย พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองและต่อยอดความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง
นางอารดาฯ กล่าวว่า มาเลเซียให้ความสำคัญกับคุณภาพของข้าวไทย ความสม่ำเสมอ และศักยภาพในการส่งออกข้าวของไทยในการส่งมอบสินค้าได้ตามสัญญาและตรงเวลา ซึ่งเป็นความเชื่อมั่นที่ไทยสั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง กรมการค้าต่างประเทศจะร่วมมือกับภาคเอกชนรักษาจุดแข็งดังกล่าว พร้อมผลักดันการขยายตลาดทั้งข้าวขาวและข้าวคุณภาพของไทยต่อไป โดยจากแนวโน้มความต้องการของมาเลเซียในปีนี้ คาดว่าการส่งออกข้าวไทยไปมาเลเซียในปี 2569 มีโอกาสทะลุ 700,000 ตัน ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี








