"อนุสรณ์" เตือนวิกฤตคลังปี 71 จี้ปฏิรูปงบตัดรายจ่ายไม่จำเป็น เลี่ยงชัตดาวน์แบบสหรัฐฯ
วันที่ 19 ส.ค.69 ที่รัฐสภา รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ สส.พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงินสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์งบประมาณแผ่นดิน ปี 2570 โดยระบุว่า การพิจารณางบประมาณที่ผ่านมาพบว่ามีความจำเป็นต้องตัดลดงบประมาณให้มากกว่าที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะงบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็น เช่น การก่อสร้างอาคารต่างๆ ที่ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน เนื่องจากในขณะนี้ฐานะทางการคลังของประเทศกำลังจะเกิดปัญหาใหญ่ จากสภาวะที่รายจ่ายประจำเกือบจะเท่ากับรายได้ที่จัดเก็บได้จากภาษี
สถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลให้การจัดทำงบประมาณในปี พ.ศ. 2571 ประสบความยากลำบากอย่างมากหากไม่มีการแก้ไขกฎหมาย ซึ่งหากไม่แก้กฎหมายก็มีความจำเป็นต้องตัดลดงบประมาณลงมากกว่านี้ แต่อาจจะไปกระทบกับรายจ่ายประจำ เช่น เงินเดือนและสวัสดิการของข้าราชการ ซึ่งเป็นส่วนที่ตัดทอนได้ยากและแทบจะตัดไม่ได้เลย อีกทั้งยังเป็นเรื่องที่ติดขัดในแง่ของความนิยมทางการเมืองว่าฝ่ายการเมืองจะกล้าตัดสินใจดำเนินการหรือไม่
นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ ที่ระบุว่าการกู้เงินมาเพื่อใช้ในรายจ่ายประจำนั้นติดล็อกเงื่อนไขที่ต้องมีงบลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 20 ของงบประมาณ ซึ่งประเด็นนี้จะกลายเป็นปัญหาสำคัญในปี พ.ศ. 2571 โดยทางคณะจะมีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาหารือในการสัมมนาทางวิชาการ หัวข้อ "การปฏิรูปการคลังเพื่อคุณภาพชีวิตประชาชน" ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 29 ส.ค.นี้ ที่ห้องประชุมสัมมนา B1-4 ชั้น B1 อาคารรัฐสภา
รศ.ดร.อนุสรณ์ ระบุว่า แม้ทางรัฐบาลจะเคยพูดถึงแนวทางในการลดกำลังคนในภาคราชการ แต่ปัญหาเรื่องการทุจริตในโครงการต่างๆ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ หากสามารถลดการทุจริตในงบประมาณลงได้ประมาณปีละ 100,000-200,000 ล้านบาท จะช่วยประหยัดและป้องกันไม่ให้งบประมาณรั่วไหลได้ ซึ่งในปัจจุบันยังพบช่องว่างทางกฎหมายในลักษณะของการซอยย่อยโครงการที่มีมูลค่าไม่เกิน 500,000 บาท อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเรื่องนี้ต้องไปไล่ตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะสุดท้ายแล้วทางออกของประเทศจะถูกบีบด้วยฐานะทางการคลังจนนำไปสู่ความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลง
“คือคุณไม่ปฏิรูปหรือไม่เปลี่ยนแปลงมันจะไปต่อไม่ได้ เป็นเรื่องที่ว่าใครมีอำนาจต่อรอง ถ้าถอดเรื่องอำนาจต่อรองออกแล้วเอาหลักการมาวาง เราจะเห็นว่าอันไหนตัดได้ก่อน อย่างการไปดูงานต่างประเทศตัดได้เลย เพราะประเทศไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะมาใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือยได้”
สำหรับการตัดลดงบประมาณที่ผ่านมานั้นถือว่ายังน้อยเกินไปและต้องมีการปฏิรูปครั้งใหญ่ในเร็วๆ นี้ เพื่อไม่ให้ประเทศต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจในลักษณะเดียวกับสหรัฐอเมริกา ที่ต้องประสบปัญหาการขยับเพดานหนี้ทุกปีจนนำไปสู่ภาวะการปิดหน่วยงานรัฐหรือ Government Shutdown ซึ่งส่งผลให้หน่วยงานที่ไม่สำคัญหรือเจ้าหน้าที่ในส่วนที่ไม่จำเป็นไม่ได้รับเงินเดือนในช่วงเวลาหนึ่ง
ทั้งนี้ รศ.ดร.อนุสรณ์ ย้ำว่าประเทศไทยไม่ควรปล่อยให้สถานการณ์ไปถึงจุดนั้น และต้องตระหนักว่าเงินบาทไม่ใช่สกุลเงินหลักของโลกเหมือนสหรัฐอเมริกาที่สามารถพิมพ์เงินหรือออกพันธบัตรกู้เงินในตลาดได้ง่ายเพราะคนยังเชื่อมั่น ดังนั้นหากไม่แก้กฎหมายก็มีโอกาสจะเกิดปัญหา แต่การแก้กฎหมายเพื่อให้เกณฑ์ทางการคลังหย่อนยานลงก็จะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์เรื่องวินัยการเงินการคลังของประเทศที่เคยวางไว้อย่างเข้มงวด ทางออกเบื้องต้นจึงต้องเร่งลดการรั่วไหลและตัดทอนงบประมาณที่ไม่จำเป็นออกอย่างจริงจัง ไม่ใช่ทำเพียงเล็กน้อยเหมือนที่ผ่านมา
#อนุสรณ์ #วิกฤตการคลัง #งบประมาณ #เศรษฐกิจไทย #ชัตดาวน์สหรัฐฯ #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








