วันนี้ (8 สิงหาคม 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ติดตามโครงการขุดลอกร่องน้ำคลองอู่ตะเภา ติดตามความพร้อมงานขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ รองรับฤดูฝน ลดความเสี่ยงน้ำท่วม และเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจรทางน้ำ โดยมีนายอารีฟ สารอเอ็ง ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 4 นายภาณุ ภาศักดี ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 4 และนายหิรัญวัตติ์ สืบกระพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลา พร้อมเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า ร่วมรายงานความก้าวหน้าและแผนการดำเนินงาน
นายสรรเพชญ กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำและป้องกันอุทกภัยเป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาล โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำสำคัญของจังหวัดสงขลา จึงต้องเร่งเตรียมความพร้อมทั้งการขุดลอกและเปิดทางน้ำ เพื่อให้รองรับและระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อบ้านเรือน พื้นที่เศรษฐกิจ และการประกอบอาชีพของประชาชน
สำหรับปีงบประมาณ 2569 กรมเจ้าท่าอยู่ระหว่างดำเนินโครงการขุดลอกร่องน้ำคลองอู่ตะเภา จังหวัดสงขลา โดยดำเนินการเอง วงเงิน 1,551,300 บาท ปริมาณวัสดุขุดลอก 45,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพร่องน้ำและการระบายน้ำ รวมถึงอำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจรทางน้ำ
ขณะเดียวกัน ได้เตรียมความพร้อมโครงการที่จะดำเนินการต่อเนื่องในปีงบประมาณ 2570 จำนวน 3 โครงการ วงเงินรวม 85,449,900 บาท ได้แก่
1. โครงการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องชายฝั่งทะเลที่ร่องน้ำคลองอู่ตะเภา วงเงิน 28,483,300 บาท ปริมาณวัสดุขุดลอก 300,000 ลูกบาศก์เมตร
2. โครงการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องชายฝั่งทะเลที่ร่องน้ำคลอง ร.1 วงเงิน 28,483,300 บาท
3. โครงการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องชายฝั่งทะเลที่ร่องน้ำคลอง ร.3 วงเงิน 28,483,300 บาท ปริมาณวัสดุขุดลอก 300,000 ลูกบาศก์เมตร
นายสรรเพชญ กำชับกรมเจ้าท่าเร่งเตรียมความพร้อมทุกโครงการให้ดำเนินการได้ตามแผน โดยเฉพาะการขุดลอกจุดตื้นเขินและสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับแผนบริหารจัดการน้ำและป้องกันอุทกภัยของพื้นที่
“เรื่องน้ำท่วมต้องเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุ ไม่ใช่รอให้น้ำมาแล้วจึงแก้ปัญหา คลองอู่ตะเภาเป็นเส้นทางน้ำสำคัญของสงขลา ต้องทำให้ทางน้ำพร้อมระบาย ลดจุดตื้นเขินและสิ่งกีดขวาง เพื่อลดความเสี่ยงต่อประชาชนและพื้นที่เศรษฐกิจ ขณะเดียวกันยังช่วยสนับสนุนการสัญจร การประกอบอาชีพ และเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่” นายสรรเพชญกล่าว
ทั้งนี้ ได้กำชับให้ดำเนินงานตามแผนและกรอบงบประมาณอย่างเคร่งครัด โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามกฎหมาย โดยยึดประโยชน์ประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อช่วยทั้งป้องกันน้ำท่วม เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ การคมนาคมทางน้ำและเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลาในระยะยาว








