ดัชนีตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดการซื้อขายในวันพุธที่ 5 ส.ค. 2569 โดยดัชนีดาวโจนส์ยังคงเดินหน้าทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังนักลงทุนตอบรับเชิงบวกต่อความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 วันทำการ จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีภายหลังการประกาศผลประกอบการรายไตรมาส
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 54,349.12 จุด เพิ่มขึ้น 263.24 จุด หรือ 0.49% ส่วนดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,723.55 จุด ลดลง 12.97 จุด หรือ 0.17% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,363.44 จุด ลดลง 221.55 จุด หรือ 0.83%
บรรยากาศการลงทุนได้รับแรงหนุนจากความหวังว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจคลี่คลายลง หลังมีรายงานถึงความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งช่วยกระตุ้นแรงซื้อในหุ้นขนาดใหญ่ ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์สามารถปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง
ด้านความเคลื่อนไหวทางการทูต เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยว่า อิหร่านและโอมานมีความคืบหน้าในการหารือเพื่อจัดตั้งเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ที่ปลอดภัยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมอยู่ระหว่างจัดทำแถลงการณ์ร่วมเพื่อสรุปประเด็นสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกัน โดยมีเงื่อนไขว่า "บุคคลที่สามบางฝ่าย" จะต้องไม่เข้ามาแทรกแซงหรือขัดขวางกระบวนการดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ดัชนี Nasdaq ถูกกดดันจากแรงขายหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นของ SpaceX และ AMD หลังทั้งสองบริษัทเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาส ซึ่งสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน ส่งผลให้หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวอ่อนแรงและฉุดดัชนี Nasdaq ปิดลบเป็นครั้งแรกในรอบ 5 วันทำการ.








