“สิริพงศ์” ลงพื้นที่ศรีสะเกษ ดันสถานีรถไฟสู่มาตรฐาน GECC ชูนวัตกรรมแอปฯ สั่งอาหารบนขบวนรถ พร้อมยกระดับระบบรางเป็นขนส่งหลัก เพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ของประเทศ
วันที่ 3 ส.ค.69 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและการให้บริการของสถานีรถไฟศรีสะเกษ พร้อมหารือร่วมกับสภาหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อรับฟังปัญหาและหาแนวทางพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งในพื้นที่ โดยมีนายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายเสกสม อัครพันธุ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามความพร้อมการให้บริการของสถานีรถไฟศรีสะเกษ ทั้งด้านการเดินรถ การขนส่งผู้โดยสารและสินค้า รวมถึงมาตรฐานความปลอดภัยของระบบเดินรถ เครื่องจักร อุปกรณ์ และบุคลากร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย
ปัจจุบันสถานีรถไฟศรีสะเกษให้บริการทั้งขบวนรถเชิงพาณิชย์และเชิงสังคม รองรับการเดินทางของประชาชน ควบคู่กับการขนส่งสินค้าที่สนับสนุนภาคเศรษฐกิจของจังหวัด พร้อมมีแผนยกระดับสถานีสู่มาตรฐานศูนย์ราชการสะดวก (GECC) และนำนวัตกรรมแอปพลิเคชันสั่งอาหารบนขบวนรถมาอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร
นอกจากนี้ ยังติดตามแผนปรับปรุงพื้นที่ลานน้ำพุหน้าสถานีรถไฟศรีสะเกษ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางและกิจกรรมของจังหวัด โดยจะพัฒนาเป็นลานน้ำพุระดับผิวถนนที่สามารถเปิด-ปิดการใช้งานได้ตามความเหมาะสม พร้อมปรับปรุงระบบไฟฟ้าแสงสว่างและภูมิทัศน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่และส่งเสริมการท่องเที่ยว
พร้อมกันนี้ ได้หารือกับสภาหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับฟังข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนแนวทางแก้ไขปัญหาระบบคมนาคมขนส่ง โดยเฉพาะการยกระดับโครงข่ายระบบรางและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการเดินทาง การขนส่งสินค้า การเติบโตทางเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว
ทั้งนี้ นายสิริพงศ์ ย้ำว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมในทุกมิติ พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน เพื่อเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับระบบคมนาคมให้มีประสิทธิภาพ ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม มุ่งให้ระบบรางเป็นระบบขนส่งหลักของประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน








