ดัชนีตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนบวกเมื่อวันศุกร์ที่ 31 ก.ค. โดยได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัท Amazon ซึ่งช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม้ว่าหุ้น Apple จะร่วงลงอย่างหนัก หลังการเปิดเผยแนวโน้มธุรกิจที่ต่ำกว่าคาดและสร้างแรงกดดันต่อตลาดในช่วงการซื้อขาย
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 52,485.03 จุด เพิ่มขึ้น 276.97 จุด หรือ 0.53% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,489.72 จุด เพิ่มขึ้น 52.09 จุด หรือ 0.70% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,373.85 จุด เพิ่มขึ้น 251.68 จุด หรือ 1.00%
เมื่อพิจารณาผลการดำเนินงานตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.04% ดัชนี S&P500 บวก 1.05% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.59% ส่วนภาพรวมตลอดเดือนกรกฎาคม ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 0.78% ดัชนี S&P500 ขยับขึ้นเล็กน้อย 0.09% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ลดลง 1.78% อย่างไรก็ตาม ทั้งสามดัชนียังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 9% นับตั้งแต่ต้นปี 2569
แรงหนุนสำคัญของตลาดมาจากหุ้น Amazon.com ซึ่งทะยานขึ้นกว่า 15% หลังบริษัทเปิดเผยรายได้รายไตรมาสที่เติบโตแข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่า 4 ปี สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของธุรกิจคลาวด์และบริการที่เกี่ยวข้องกับ AI
ขณะเดียวกัน ผลประกอบการของ Microsoft ที่ประกาศก่อนหน้านี้ก็มีส่วนช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการใช้เม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลในการขยายศูนย์ข้อมูลเพื่อรองรับเทคโนโลยี AI โดยผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าคาดช่วยตอกย้ำว่าการลงทุนดังกล่าวยังคงสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว
ตลอดเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตลาดการเงินทั่วโลกเผชิญแรงกดดันจากความกังวลว่า การลงทุนขนาดใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อาจต้องใช้เวลานานกว่าจะสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับมูลค่าของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Amazon และ Microsoft ได้ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุน และสนับสนุนให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น แม้จะยังเผชิญแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้น Apple ก็ตาม








