ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในการซื้อขายวันพุธที่ 22 กรกฎาคม โดยได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง ซึ่งสร้างความกังวลว่าการส่งออกน้ำมันอาจได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนกันยายน ปรับตัวขึ้น 2.49 ดอลลาร์ หรือ 2.95% ปิดที่ 86.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 3.06 ดอลลาร์ หรือ 3.36% ปิดที่ 94.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดในรอบ 6 เดือน
บรรยากาศการลงทุนได้รับแรงกดดันจากการสู้รบที่ยกระดับขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยกองทัพสหรัฐฯ เดินหน้าปฏิบัติการโจมตีอิหร่านต่อเนื่องเป็นวันที่ 11 เพื่อสกัดศักยภาพในการคุกคามเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดมากขึ้น หลังกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ออกมาขู่ว่าจะโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียที่เดินเรือผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบ ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าหากเกิดเหตุโจมตีจริง อาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันและการขนส่งพลังงานในภูมิภาค
นอกจากนี้ โฆษกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ยังโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เตือนบริษัทเดินเรือว่า พื้นที่ตอนใต้ของช่องแคบฮอร์มุซได้มีการวางทุ่นระเบิดไว้แล้ว ยิ่งเพิ่มความวิตกเกี่ยวกับความปลอดภัยของการเดินเรือในเส้นทางยุทธศาสตร์ดังกล่าว และเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้น








