วิเคราะห์ตลาดน้ำมันก่อนเปิดตลาดวันที่ 13 ก.ค. 2569 น้ำมันพักฐาน หลังคลายกังวลช่องแคบฮอร์มุซ แต่ตลาดยังจับตาความเสี่ยงตะวันออกกลาง
ตลาดน้ำมันดิบโลกก่อนเปิดการซื้อขายวันจันทร์ที่ 13 ก.ค. 2569 มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในลักษณะ พักฐาน หลังราคาปรับตัวขึ้นแรงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนักลงทุนเริ่มลดความกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทาน หลังมีสัญญาณว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจไม่ลุกลาม และมีความหวังว่าการเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก จะสามารถกลับมาเดินหน้าได้
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงในวันศุกร์ที่ 10 ก.ค. หลังนักลงทุนเทขายทำกำไร โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือน ส.ค. ลดลง 67 เซนต์ หรือ 0.93% ปิดที่ 71.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือน ก.ย. ลดลง 28 เซนต์ หรือ 0.38% ปิดที่ 76.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ตาม แม้ราคาจะอ่อนตัวลง แต่ภาพรวมทั้งสัปดาห์ยังถือว่าแข็งแกร่ง โดย WTI ปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 4% และเบรนท์เพิ่มขึ้นประมาณ 5.5% สะท้อนว่าตลาดยังคงให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความเป็นไปได้ที่อุปทานน้ำมันโลกอาจได้รับผลกระทบ
ปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน : ความหวังเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน
แรงขายในช่วงท้ายสัปดาห์เกิดขึ้นหลังตลาดเริ่มมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นว่า ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจคลี่คลาย หลังทั้งสองฝ่ายเตรียมกลับมาเจรจากันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า
นักวิเคราะห์จาก Again Capital ระบุว่า ตลาดน้ำมันกำลังตอบรับกับ “ข่าวดี” หรืออย่างน้อยข่าวที่ไม่ได้เลวร้ายลงกว่าเดิม หลังสถานการณ์การโจมตีตอบโต้ทางอากาศหยุดลง ส่งผลให้นักลงทุนประเมินว่าโอกาสที่ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานมีมากขึ้น
การเปิดเส้นทางเดินเรือดังกล่าวถือเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลก หากสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ จะช่วยลดแรงกดดันต่อราคาน้ำมันจากความกังวลเรื่องอุปทานขาดแคลน
ตลาดยังไม่ตัดความเสี่ยง หลังราคาน้ำมันเคยพุ่งใกล้ 76 ดอลลาร์
แม้นักลงทุนจะคลายกังวล แต่ตลาดยังคงมีความไม่แน่นอน โดยนักวิเคราะห์จาก Price Futures Group มองว่า ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงได้อย่างน่าประหลาดใจ แม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะเคยเผชิญความเสี่ยงจากการถูกปิดกั้นอีกครั้ง
สาเหตุสำคัญมาจากความเชื่อมั่นของตลาดว่า สหรัฐฯ และพันธมิตรมีศักยภาพเพียงพอที่จะไม่ปล่อยให้เส้นทางยุทธศาสตร์แห่งนี้ถูกปิดเป็นเวลานาน เพราะจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดพลังงานอย่างรุนแรง
แนวโน้มราคาน้ำมันสัปดาห์นี้
ก่อนเปิดตลาดวันที่ 13 ก.ค. 2569 นักลงทุนจะติดตาม 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
- ความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน หากมีสัญญาณบวกเพิ่มเติม อาจกดดันราคาน้ำมันให้ปรับลดลงต่อ เนื่องจากความเสี่ยงด้านอุปทานลดลง
- สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ หากการเดินเรือกลับมาเป็นปกติ ราคาน้ำมันอาจเผชิญแรงขายทำกำไร หลังปรับขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา
- แนวโน้มเศรษฐกิจโลกและความต้องการใช้น้ำมัน ตลาดยังจับตาสัญญาณจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ จีน และยุโรป ซึ่งมีผลโดยตรงต่อคาดการณ์ความต้องการพลังงาน
มุมมองตลาด
คาดว่าราคาน้ำมันในระยะสั้นมีโอกาส แกว่งตัวในกรอบจำกัดและเข้าสู่ช่วงปรับฐาน หลังความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ลดลง แต่แรงซื้อจากความเสี่ยงตะวันออกกลางยังช่วยพยุงราคาไม่ให้ปรับตัวลงแรง
ระดับสำคัญที่ตลาดจับตาคือ น้ำมันดิบ WTI บริเวณ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ ยังสะท้อนว่าตลาดให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านอุปทาน ขณะที่หากสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลายมากขึ้น ราคามีโอกาสถูกกดดันให้ปรับลดลงต่อ
ตลาดน้ำมันก่อนเปิดตลาด 13 ก.ค. มีแนวโน้ม “พักฐานหลังขึ้นแรง” จากความหวังว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งาน แต่ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้ราคาน้ำมันกลับมาผันผวนได้ทุกเวลา.








