เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีกำหนดอ่านคำวินิจฉัยคดีพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ว่า พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้วหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา และยังคงสามารถดำเนินการตามกรอบกฎหมายได้
นายเอกนิติกล่าวว่า วัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก.ฉบับนี้เกิดจากงบประมาณปกติไม่เพียงพอต่อการรับมือวิกฤตเศรษฐกิจ โดยเฉพาะปัญหาค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากวิกฤตราคาพลังงาน วิกฤตต้นทุนการผลิต และภาวะเศรษฐกิจโลก
"หากไม่เร่งดำเนินการในช่วงเวลานี้ ธุรกิจขนาดเล็กและผู้ประกอบการจำนวนมากอาจได้รับผลกระทบจนต้องเลิกกิจการ ส่งผลให้เกิดการว่างงานและซ้ำเติมวิกฤตเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น" นายเอกนิติกล่าว
พร้อมระบุว่า เงินกู้ดังกล่าวจะถูกนำมาใช้ในโครงการช่วยเหลือประชาชน เช่น โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ที่มุ่งลดภาระค่าครองชีพ สนับสนุนร้านค้ารายย่อย และนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อสร้างผลลัพธ์ระยะยาวควบคู่กับการเยียวยาระยะสั้น
นายเอกนิติกล่าวว่า อีกหนึ่งภารกิจสำคัญของ พ.ร.ก.กู้เงิน คือการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) เนื่องจากประเทศไทยยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนสูง คิดเป็นประมาณ 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในอาเซียน
รัฐบาลจึงต้องเร่งผลักดันการใช้พลังงานสะอาด เช่น ระบบโซลาร์เซลล์ เพื่อช่วยลดค่าไฟฟ้า ลดต้นทุนพลังงาน และเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถขายไฟฟ้าคืนเข้าสู่ระบบได้ในอนาคต รวมถึงการลงทุนพัฒนาโครงข่ายสายส่งไฟฟ้า เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว
ทั้งนี้ งบประมาณวงเงิน 200,000 ล้านบาท จะถูกใช้สนับสนุนโครงการด้านพลังงานสะอาดโดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ย้ำว่า รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้การใช้เงินกู้เป็นไปอย่างไร้ทิศทาง แต่จะดำเนินการภายใต้กรอบวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน 3 ด้าน ได้แก่ 1. เยียวยาประชาชนและลดผลกระทบจากวิกฤตค่าครองชีพ 2. สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition) และ3. พัฒนาศักยภาพแรงงานและทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
นายเอกนิติย้ำว่า การลงทุนทั้ง 3 ด้านถือเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเตรียมความพร้อมของประเทศต่อความท้าทายทางเศรษฐกิจในอนาคต
#เอกนิติ #พรกกู้เงิน4แสนล้าน #กระทรวงการคลัง #เศรษฐกิจไทย #ค่าครองชีพ #พลังงานสะอาด #EnergyTransition #ไทยช่วยไทยพลัส #งบประมาณ2570 #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าวการเมือง








