ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นในการซื้อขายวันพฤหัสบดี (2 ก.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อคืนเพื่อปิดสถานะขายชอร์ต (Short Covering) ของนักลงทุน ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวเนื่องในวันชาติสหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกันตลาดยังคงติดตามความคืบหน้าการเจรจาเพื่อลดความตึงเครียดของสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างใกล้ชิด
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนสิงหาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 11 เซนต์ หรือ 0.16% ปิดที่ 68.69 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 23 เซนต์ หรือ 0.32% ปิดที่ 71.80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ระหว่างการซื้อขาย ราคาน้ำมันทั้ง WTI และเบรนท์เคยปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ราคาฟื้นตัวในช่วงท้ายตลาด หลังนักลงทุนทยอยซื้อคืนเพื่อปิดสถานะขายชอร์ต ก่อนตลาดเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาว
ทั้งนี้ ตลาดซื้อขายน้ำมันนิวยอร์กจะปิดทำการในวันที่ 3 กรกฎาคม เนื่องในวันชาติสหรัฐอเมริกา (Independence Day)
แม้ว่าราคาน้ำมันจะดีดตัวขึ้นในวันล่าสุด แต่เมื่อพิจารณาภาพรวมตลอดทั้งสัปดาห์ ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวลดลง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลงประมาณ 0.60% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลดลง 0.78% สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อแนวโน้มอุปสงค์พลังงานและปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังมีความไม่แน่นอน








