ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงในการซื้อขายวันพุธที่ 1 กรกฎาคม โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐฯ ปิดที่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ประเทศกาตาร์มีความคืบหน้าในทิศทางที่ดี ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันในตลาดโลก
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนสิงหาคม ปรับตัวลดลง 92 เซนต์ หรือ 1.32% ปิดที่ 68.58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 1.38 ดอลลาร์ หรือ 1.89% ปิดที่ 71.57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาน้ำมันมาจากถ้อยแถลงของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งระบุว่า การเจรจาระหว่างผู้แทนสหรัฐฯ และอิหร่านที่ประเทศกาตาร์ดำเนินไปด้วยดี พร้อมย้ำว่า สหรัฐฯ กำลังมีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดมองว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจผ่อนคลายลง และลดความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมัน
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์มีแนวโน้มเลือกใช้มาตรการทางการทูตต่อไป แม้พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ และพลเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมของสหรัฐฯ จะเสนอทางเลือกให้กลับมาใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่ออิหร่านก็ตาม
แหล่งข่าวระบุว่า แม้การตัดสินใจดังกล่าวยังไม่ถือเป็นข้อสรุปสุดท้าย แต่ทรัมป์ได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงว่า เขาเชื่อว่าการเปิดฉากโจมตีครั้งใหม่อาจส่งผลกระทบต่อความพยายามทางการทูต และลดโอกาสในการบรรลุเป้าหมายสำคัญในการยุติโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์พร้อมเปิดทางให้การเจรจากับอิหร่านดำเนินต่อไป แม้จะเลยเส้นตายวันที่ 18 สิงหาคม หากการขยายเวลาเจรจาจะช่วยเพิ่มโอกาสในการบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างทั้งสองประเทศ








