ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์ก ปิดร่วงลงมากกว่า 3% ในการซื้อขายวันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. โดยปิดสัปดาห์ด้วยการปรับตัวลงอย่างหนัก หลังตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมัน เนื่องจากเรือบรรทุกน้ำมันยังสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างต่อเนื่อง แม้เพิ่งเกิดเหตุเรือบรรทุกสินค้าถูกวัตถุปริศนาโจมตีใกล้ชายฝั่งโอมานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 มิ.ย. ก็ตาม
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนสิงหาคม ปรับตัวลดลง 2.69 ดอลลาร์ หรือ 3.74% ปิดที่ 69.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 3.27 ดอลลาร์ หรือ 4.34% ปิดที่ 71.99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ตลอดทั้งสัปดาห์ สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลง 10.86% ส่วนสัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 9.62% สะท้อนแรงเทขายอย่างต่อเนื่องในตลาดพลังงานโลก
นักวิเคราะห์จาก Price Futures Group ระบุว่า ตลาดเริ่มมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่า การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะยังดำเนินต่อไปได้ตามปกติ อีกทั้งยังคาดว่าจะมีน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทยอยเข้าสู่ตลาดในปริมาณมาก
ก่อนหน้านี้ ตลาดเคยกังวลว่าอุปทานน้ำมันอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการ หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง แต่ภายหลังการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 60 วัน ความกังวลดังกล่าวเริ่มคลี่คลาย ขณะที่นักวิเคราะห์จาก PVM มองว่า แนวโน้มสำคัญของตลาดในระยะนี้คือภาวะอุปทานน้ำมันที่กำลังเข้าสู่ภาวะล้นตลาด
ข้อมูลการขนส่งของ LSEG ระบุว่า บริษัทซาอุดี อารามโก กลับมาเริ่มดำเนินการขนถ่ายน้ำมันที่ท่าเรือราส ทานูรา บริเวณอ่าวอาหรับอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. หลังระงับการดำเนินงานนานเกือบ 4 เดือน นอกจากนี้ ยังมีเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่มาก (VLCC) จำนวน 2 ลำ ซึ่งสามารถบรรทุกน้ำมันได้ลำละ 2 ล้านบาร์เรล เข้าบรรทุกน้ำมันที่ท่าเรือดังกล่าว ขณะที่มีเรืออีก 1 ลำจอดรออยู่ในบริเวณใกล้เคียง
ด้านนักวิเคราะห์จาก Sparta Commodities ระบุว่า ตลาดกำลังเผชิญแรงเทขายในวงกว้าง หลังปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้น ขณะที่จีนยังไม่กลับมาเพิ่มการนำเข้าน้ำมันดิบ ส่งผลให้แรงหนุนด้านอุปสงค์ยังคงอ่อนแอ
ก่อนหน้านี้ในการซื้อขายวันพฤหัสบดีที่ 25 มิ.ย. ราคาน้ำมันอ้างอิงทั้ง 2 ชนิดพุ่งขึ้นมากกว่า 2% หลังเรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งถูกวัตถุปริศนาโจมตีใกล้ชายฝั่งโอมาน ส่งผลให้องค์การทางทะเลระหว่างประเทศของสหประชาชาติระงับโครงการอพยพเรือโดยสมัครใจ
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 2 คนเปิดเผยว่า อิหร่านเป็นผู้ยิงโจมตีเรือบรรทุกสินค้าลำดังกล่าว ขณะเรือกำลังพยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ทางการอิหร่านระบุว่า ไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของเรือที่เดินทางนอกเส้นทางเดินเรือที่กำหนดไว้ในช่องแคบฮอร์มุซได้
ในวันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. อิหร่านยังย้ำสิทธิในการควบคุมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเตือนประเทศในอ่าวอาหรับไม่ให้เข้าข้างสหรัฐฯ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาค
ข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 มิ.ย. ยังแสดงให้เห็นว่า ปริมาณการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซในสัปดาห์นี้เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุด นับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน เริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตาม แม้ข้อตกลงหยุดยิงจะช่วยให้เส้นทางเดินเรือกลับมาเปิดใช้งานได้อีกครั้ง แต่ปริมาณการเดินเรือโดยรวมยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยรายวันก่อนเกิดสงครามอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวทาสส์ของรัสเซียรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. ว่า รัฐบาลรัสเซียกำลังพิจารณามาตรการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลเป็นเวลาหลายเดือน เนื่องจากรัสเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำมันดีเซลรายใหญ่ของโลก กำลังเผชิญปัญหาด้านอุปทานเชื้อเพลิง หลังโรงกลั่นน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหลายแห่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีด้วยโดรนของยูเครน
#ราคาน้ำมัน #น้ำมันWTI #น้ำมันเบรนท์ #ราคาน้ำมันวันนี้ #ช่องแคบฮอร์มุซ #ตลาดน้ำมันโลก #เศรษฐกิจโลก #ข่าวเศรษฐกิจ #พลังงาน #WTI








