เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.69 ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างหนัก หลังมีรายงานว่าอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์บรรลุข้อตกลงหยุดยิง ส่งผลให้แรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางคลี่คลายลงทันที โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์หลุดระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) หลุดระดับ 77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ณ เวลา 20.40 น. ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนกรกฎาคม ลดลง 0.11 ดอลลาร์ หรือ 0.14% อยู่ที่ระดับ 76.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 0.43 ดอลลาร์ หรือ 0.54% มาอยู่ที่ระดับ 79.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐรายหนึ่งเปิดเผยว่า อิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิง โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 19 มิ.ย. เวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 20.00 น. ตามเวลาไทย โดยมีสหรัฐอเมริกาและกาตาร์เป็นตัวกลางเจรจา และได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวระบุว่า “หลังจากการปะทะในวันนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงหยุดยิงแล้ว” ท่ามกลางการเจรจาที่เกิดขึ้นในระดับนานาชาติ
ก่อนหน้านี้ นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ระบุว่า อิสราเอลจะไม่ยอมทนต่อการโจมตีทหารของตน และจะตอบโต้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์อย่างหนัก หลังมีรายงานว่าทหารอิสราเอล 4 นายเสียชีวิตในภาคใต้ของเลบานอน
ด้านปัจจัยเพิ่มเติมที่กดดันตลาดน้ำมัน คือการฟื้นตัวของเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าสหรัฐและอิหร่านลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ส่งผลให้เรือบรรทุกสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันกลับมาใช้เส้นทางดังกล่าวมากขึ้น
บริษัทข่าวกรองทางทะเล Windward ระบุว่า มีเรืออย่างน้อย 18 ลำแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงวันที่ 17–18 มิถุนายน ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งในภูมิภาค
ขณะที่นายติอาโก ลาเซร์ดา นักวิเคราะห์จาก Axi ระบุว่า ราคาน้ำมันมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 75–82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในระยะสั้น โดยชี้ว่าราคาน้ำมันเบรนท์ปรับตัวลดลงแล้วราว 36% จากจุดสูงสุดในช่วงความขัดแย้งสหรัฐ–อิหร่าน
#ราคาน้ำมัน #น้ำมันดิบ #เบรนท์ #WTI #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าวการเงิน #ตลาดโลก #ตะวันออกกลาง #ข่าวด่วน #พลังงานโลก








