กมธ.พาณิชย์ฯ สส. ถกปัญหานอมินีต่างด้าว กังขากฎหมายแบงก์ชาติเอาผิดไม่ได้ ชำระเงินหยวนผ่านแอปต่างชาติ แนะหลายหน่วยงานบูรณาการ ก่อนปัญหาบานปลาย
นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา ได้เชิญผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร สำนักงานตำรวจ ตม. และเขตห้วยขวาง มาชี้แจงแนวทางแก้ปัญหาการประกอบธุรกิจคนต่างด้าว โดยเฉพาะเขตห้วยขวาง
ตัวแทนจากฝ่ายนโยบายและสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ฯ เกี่ยวกับการชำระเงินข้ามพรมแดน (Cross-border Payment) พบว่า การชำระเงินซื้อสินค้าย่านห้วยขวาง ซึ่งมีชาวจีนเข้าไปประกอบธุรกิจร้านอาหาร และบริการต่างๆจำนวนมาก ประกอบด้วย 1. ผ่านระบบ Thai QR (PromptPay) โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้แอปพลิเคชัน (เช่น Alipay หรือ WeChat Pay) สแกนจ่ายเงินผ่าน Thai QR หรือ (PromptPay ของร้านค้าในไทย โดยเงินหยวนจากกระเป๋าเงินดิจิทัลจะวิ่งผ่านระบบ ITMX ของไทย แล้วเข้าสู่ผู้ให้บริการทางการเงินของไทยเพื่อจ่ายให้ร้านค้าเป็น เงินบาท
รูปแบบที่ 2 การจ่ายเงินผ่านระบบของผู้ให้บริการโดยตรง เป็นการสแกน QR Code ของผู้ให้บริการ แสกนผ่าน Alipay หรือ WeChat Pay ที่วางในร้าน โดยรูปแบบนี้จะไม่ผ่านระบบ Switching กลาง (ITMX) ซึ่งกำกับดูแลโดยแบงก์ชาติ แต่เงินจะถูกเปลี่ยนจากเงินหยวนเป็น เงินบาท เพื่อชำระให้แก่ร้านค้าในประเทศไทยเช่นกัน แต่ยังมีรูปแบบการชำระเงินแบบ P2P (Peer-to-Peer) ซึ่ง ธปท. พบว่ามีปัญหา ลักษณะการชำระเงินอีกรูปแบบที่เป็นการโอนระหว่างบุคคลต่อบุคคล (P2P) ซึ่งสร้างความกังวลในเชิงการกำกับดูแล เมื่อผู้รับ (ร้านค้า) และ ลูกค้า ต่างใช้แอปพลิเคชันของจีนทั้งคู่ ทำให้การชำระเป็น เงินหยวน ระหว่างกันโดยตรง ทำให้เงินไม่ไหลเข้าสู่ระบบการชำระเงินหรือผู้ให้บริการในประเทศไทยโดยตรง ซึ่ง ธปท. มองว่าพฤติกรรมนี้มักเกิดขึ้นในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ และเอาผิดไม่ถึง เนื่องจากระบบเซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศ อยู่นอกเหนือเขตอำนาจของส่วนราชการไทย
ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกับเจ้าของระบบ (เช่น Alipay และ WeChat Pay) เพื่อแก้ไขปัญหาการใช้บัญชีส่วนตัว (P2P) มาทำธุรกรรมเชิงพาณิชย์ การแอบใช้แอปต่างชาติเพื่อชำระค่าซื้อสินค้า โดยขอความร่วมมือให้เจ้าของระบบมอนิเตอร์พฤติกรรมผู้ใช้งาน หากพบว่ามีการใช้บัญชีบุคคลมารับชำระค่าสินค้าหรือบริการในลักษณะที่ผิดวัตถุประสงค์ (เช่น บัญชีม้าหรือการเลี่ยงระบบ จะทำการปิดบัญชีทันที ล่าสุดในเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้ปิดบัญชีในลักษณะดังกล่าวไปแล้วกว่า 900 บัญชี
สำหรับการบริหารจัดการในระดับจังหวัด เสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน พาณิชย์จังหวัดทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการ ร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่เป้าหมาย แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ที่มีปริมาณนิติบุคคลจำนวนมาก ได้แก่ ภูเก็ต, ชลบุรี, เชียงใหม่ และกระบี่ สุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะพื้นที่สมุย และพะงันกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ส่งข้อมูนิติบุคคล 46,918 ราย เพื่อส่งต่อข้อมูลให้คณะทำงานแต่ละจังหวัดนำไปตรวจสอบเชิงลึก
ผู้แทนกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แจ้งว่า มีผู้ร้องเรียนผ่านช่องทางต่าง ๆ กว่า 100 ราย มีทั้งประเด็นที่เข้าข่ายนอมินีและประเด็นร้องเรียนทั่วไป เมื่อพาณิชย์จังหวัดบางแห่งมีข้อจำกัด ในการบังคับใช้ พ.ร.บ. ต่างด้าว ทำให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าส่วนกลางต้องลงพื้นที่
ที่ประชุมยอมรับว่า การขยายตัวของกลุ่มธุรกิจต่างชาติย่าน เขตห้วยขวาง เป็นพื้นที่ มีอัตราการเติบโตสูงมากถึง 10-80% เนื่องจากราคาอสังหาริมทรัพย์ไม่แพงและอยู่ใกล้สถานฑูตจีน ขณะที่ ตำรวนตม. ได้เฝ้าระวังการหลั่งไหลของทุนต่างชาติที่อาจแฝงตัวมาในรูปแบบธุรกิจเพื่อ ฟอกเงิน จากกลุ่มอาชญากรรมในประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากไทยส่งเสริมการลงทุนและการท่องเที่ยวขั้นสุด จึงตกเป็นเป้าหมายได้ง่าย หลังจาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ได้เข้าตรวจสอบย่านห้วยขวาง (5 มิถุนายน69 ) ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีที่มีกระแสข่าวการใช้จ่ายเงินหยวนผ่านโซเชียล พบว่าการใช้ QR Code สแกนจ่ายเป็นเงินบาท แต่ยังไม่พบหลักฐานการจ่ายเงินหยวนแบบคาหนังคาเขาในขณะเข้าตรวจสอบ ตรวจพบคนต่างชาติประกอบอาชีพโดยผิดกฎหมาย 6 ราย และอยู่ระหว่างดำเนินคดีกับนายจ้าง
"ยอมรับว่า ตำรวจ ตม. เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองบุคคลต้องสงสัย โดยในปี 2568 ได้ปฏิเสธการเข้าเมืองกว่า 20,000 ราย เนื่องจากตรวจพบพฤติการณ์ต้องสงสัย มีกลุ่มต่างด้าวที่ พยายามใช้ วีซ่าท่องเที่ยวเข้า-ออกซ้ำหลายครั้ง ครั้งละ 30-40 วัน ต่อเนื่อง 2-3 รอบ โดยไม่ได้มาท่องเที่ยวจริง โดยอาศัย วีซ่าฟรี (Visa Free) พบว่ากลุ่มที่สร้างปัญหาส่วนใหญ่ใช้สิทธิวีซ่าฟรี หรือแฝงตัวมาในรูปแบบ วีซ่านักเรียน (Education Visa) เพื่อเข้ามาทำงานผิดกฎหมายหรือเกี่ยวข้องกับการพนัน"
ส่วนผู้แทนตม. ระบุว่า ปัจจุบันเริ่มเกิดปัญหาที่เรียกว่า "ฝีเริ่มแตก" จากนโยบายการเปิดประเทศและการส่งเสริมการลงทุน โดยกลุ่มที่เข้ามาแบบ Visa Free มีสัดส่วนถึง 70-80% และมีความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มที่ขอวีซ่ามาล่วงหน้า จึงมีการหลั่งไหลเข้ามาของอาชญากรรมหลายรูปแบบ เช่น ยาเสพติด และแก๊งสแกมเมอร์ มีการพัฒนาเป็นลักษณะ "Terminal" หรือผสมผสานกัน ตม. ได้เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ "ห้วยขวาง" ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่มีชาวจีน อาศัยอยู่จำนวนมาก
กรมพัฒนาธุรกิจฯ ยังได้ ตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยกำหนดผู้ถือหุ้นคนไทย ร่วมลงทุนกับชาวต่างชาติ ต้องแสดงรายการเดินบัญชี ย้อนหลัง 3 เดือน เพื่อประกอบคำขอจดทะเบียน เพื่อตรวจดูจำนวนเงินใน Statement ต้องสอดคล้องกับจำนวนเงินในลงหุ้นชำระแล้ว และต้องมียอดเงิน ณ วันที่ชำระค่าหุ้นจริง การตรวจสอบบุคคลเฝ้าระวัง ใน กลุ่ม HR03 มีการตรวจสอบรายชื่อบุคคลตามประกาศของ ปปง. กับกลุ่มเสี่ยงสูง โดยเชื่อมข้อมูลกับกระทรวงการคลัง เพื่อตรวจกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ 13.4 ล้านราย หากพบว่าบุคคลกลุ่มนี้มาจดทะเบียนเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้น จะต้องมาแสดงตัวและยื่น Statement ย้อนหลัง 3 เดือนเช่นกัน
อีกทั้งเพื่อการตรวจสอบที่ตั้งสำนักงาน ป้องกันปัญหาบัญชีม้า หากพบว่ามีการ ใช้ที่ตั้งซ้ำกันตั้งแต่ 5 แห่งขึ้นไป จะเรียกขอหนังสือยินยอมจากเจ้าของสถานที่ประกอบการจดทะเบียนด้วย จึงได้เพิ่มมาตรการตั้งแต่ 1 เมษายน 69 กรณีบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นคนไทย 100% ในตอนแรก แต่ต่อมาขอ เปลี่ยนตัวกรรมการเป็นชาวต่างชาติ กรรมการผู้จัดการต้องทำหนังสือยืนยันว่าผู้ถือหุ้นไทยเป็นผู้ถือหุ้นจริง และพร้อมให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายตรวจสอบ ในปีที่ผ่านมาได้ ตรวจสอบนิติบุคคลในกลุ่มธุรกิจเสี่ยงนอมินีรวม 46,918 ราย ทั่วประเทศ








