ราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนท์ปิดลดลงกว่า 3% หลังนักลงทุนคาดสหรัฐและอิหร่านอาจบรรลุข้อตกลงสันติภาพในเร็ว ๆ นี้ ช่วยคลายความกังวลด้านอุปทานน้ำมันโลก จับตาทิศทางตลาดก่อนเปิดซื้อขาย 15 มิ.ย. 2569
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปิดปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในการซื้อขายวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569 โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) และน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ต่างร่วงลงมากกว่า 3% หลังนักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกต่อความเป็นไปได้ที่สหรัฐอเมริกาและอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้ในเร็ว ๆ นี้
บรรยากาศการลงทุนในตลาดพลังงานได้รับแรงกดดันจากการคาดการณ์ว่า หากความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านคลี่คลายลง จะช่วยลดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง และเพิ่มโอกาสที่อุปทานน้ำมันจากอิหร่านจะกลับเข้าสู่ตลาดโลกมากขึ้น ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับภาวะตึงตัวของอุปทานน้ำมันลดลง
สำหรับการซื้อขายล่าสุด สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนกรกฎาคม ปรับตัวลดลง 2.83 ดอลลาร์ หรือ 3.23% ปิดที่ระดับ 84.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 3.05 ดอลลาร์ หรือ 3.37% ปิดที่ระดับ 87.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
การปรับตัวลงดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมัน WTI แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม สะท้อนแรงขายของนักลงทุนที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องหลังปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลาย
แนวโน้มราคาน้ำมันก่อนเปิดตลาดวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2569
นักวิเคราะห์มองว่า ทิศทางราคาน้ำมันในช่วงเปิดตลาดสัปดาห์ใหม่ยังคงมีความผันผวนสูง โดยปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตาคือความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หากมีสัญญาณเชิงบวกเพิ่มเติม อาจกดดันราคาน้ำมันให้ปรับตัวลงต่อได้
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องติดตามปัจจัยด้านอุปสงค์พลังงานโลก ภาวะเศรษฐกิจของประเทศมหาอำนาจ รวมถึงท่าทีของกลุ่มผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปกพลัส) ซึ่งอาจเข้ามามีบทบาทในการกำหนดทิศทางตลาดน้ำมันในระยะสั้น
ในภาพรวม ราคาน้ำมันดิบก่อนเปิดตลาดวันจันทร์มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนตัว หลังแรงกดดันจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังความผันผวนจากข่าวสารและปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้ตลอดเวลา








