คลังใช้ยาแรง! ตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พ่อแม่ที่ลูกแอบอ้างลดหย่อนภาษี ลั่นระบบใหม่จับได้หมด-เข้าข่ายโกง
วันที่ 5 มิ.ย.69 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เปิดให้ผู้มีบัตรรายเดิม จำนวน 13.18 ล้านคน ลงทะเบียนยืนยันสิทธิตั้งแต่ 4-21 มิ.ย. และจะประกาศผลในวันที่ 17 ก.ค. นั้น มีการเพิ่มเกณฑ์การคัดกรองเพื่อให้สิทธิเป็นของผู้ที่มีรายได้น้อย และไม่มีผู้ดูแลจริง ๆ ซึ่งรัฐบาลจะเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มคนเหล่านั้น และลบคำวิจารณ์ว่า ทำไมคนจนไม่จริง จึงได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย พร้อมยืนยันว่าคนแต่ละกลุ่มควรได้สิทธิที่เหมาะสมกับตัวเอง ซึ่งสิทธิบัตรสวัสดิแห่งรัฐควรเป็นของคนกลุ่มล่างสุดที่ไม่มีใครดูแลจริง ๆ
“กลุ่มที่ยากจนที่สุดควรจะมีน้อย ไม่ใช่มีเยอะ และจะเป็นความภาคภูมิใจของรัฐบาล ของประเทศ คนกลุ่มนี้เวลาพูดต้องชัดเจน และก็ดูแลเขาให้ดี เพราะเป็นคนกลุ่มที่เปราะบางที่สุด” นายลวรณกล่าว
ทั้งนี้ นายลวรณกล่าวว่า กรณีที่จะตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของพ่อแม่ที่ถูกลูกนำชื่อไปหักลดหย่อนภาษีรายได้ 3 หมื่นบาทนั้น เป็นไปเพื่อคัดกรองผู้ที่มีรายได้น้อยและไม่ได้รับการดูแลจริง ๆ เนื่องจากกระทรวงการคลังเห็นว่าการที่ลูกนำชื่อพ่อแม่หักลดหย่อนภาษีได้ แปลว่าลูกยืนยันว่าตนเองเลี้ยงดูพ่อแม่แล้ว
อีกทั้งการหักลดหย่อนภาษีได้ 3 หมื่นบาทต่อปี เมื่อทำมาคำนวณเป็นรายเดือนจะเท่ากับลูกดูแลพ่อแม่ 2,500 บาทต่อเดือน ซึ่งมากกว่าจำนวนเงินที่รัฐบาลช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ 300 บาทต่อเดือนอยู่แล้ว จึงเป็นเหตุแสดงให้เห็นว่าพ่อแม่ยังได้รับการดูแลอยู่ และพ่อแม่จะถูกตัดสิทธิออกจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม หากพ่อแม่ที่หลุดจากสิทธิต้องการได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามเดิม เนื่องจากลูกไม่ได้ดูแลจริงตามที่ได้นำชื่อไปหักลดหย่อนภาษี สามารถยื่นอุทธรณ์และร้องเรียนได้ตั้งแต่วันที่ 18-31 ก.ค. และเมื่อพิจารณาว่าพ่อแม่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ก็จะได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกลับไปตามเดิม
นายลวรณกล่าวว่า กรณีที่ลูกนำชื่อพ่อแม่ไปหักลดหย่อนภาษี แต่ไม่ได้ดูแลพ่อแม่จริง ลูกก็ไม่ควรนำชื่อพ่อแม่ไปหักตั้งแต่แรก ซึ่งการกระทำนี้เข้าข่ายโกงภาษี อีกทั้งปัจจุบันมีข้อมูลที่มากพอที่เชื่อมต่อถึงกันหมด จากฐานของมูล 40 กว่าหน่วยงาน เชื่อว่าผู้ที่พยายามจะโกงภาษีโดยใช้ชื่อพ่อแม่นี้จะไม่สามารถหลอกระบบได้อีกต่อไป รวมถึงเกณฑ์ทุกเกณฑ์ที่ใช้ จะพิจารณาจากข้อมูลในปีที่ผ่านมาแล้วทั้งสิ้น ดังนั้นจึงไม่มีใคร ‘แต่งตัว’ ให้เข้ากับเกณฑ์ได้
“เราพูดถึงความไม่ถูกต้องนะ ซึ่งเมื่อก่อนนี้อาจจะไม่เห็น แต่วันนี้เห็นและทราบแล้ว ทําไมถึงจะไม่ทําให้เข้มข้น และทําให้มันถูกต้อง มันต้องยาแรงนี่แหละ ถูกต้องแล้ว คนจนบางคนยังมีคนดูแล แต่คนจนที่เค้าไม่มีใครดูแลเลยสักคนก็ยังมีนะครับ เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นที่มาที่ไปของโครงการ” นายลวรณกล่าว
อย่างไรก็ตาม โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นหนึ่งในโครงการของรัฐบาล และยังมีโครงการช่วยเหลืออื่น ๆ รองรับผู้ที่หลุดจากสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และบัตรคนพิการ รวมถึงอาจมีการพิจารณาเรื่องการให้สิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) สำหรับผู้ที่หลุดออกจากสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐครั้งใหม่นี้ด้วย
“ ขณะนี้กำลังให้กรมสรรพากรยืนยันจำนวนกรณีที่พ่อแม่หลุดออกจากสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่ามีเท่าไร พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะตัดคนออกจากระบบ แต่ต้องการให้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นของกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยและไม่มีใครดูแลจริง ๆ”
#บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ #บัตรคนจน #บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ2569 #บัตรคนจน2569 #กระทรวงการคลัง #ลวรณแสงสนิท #ผู้มีรายได้น้อย #สวัสดิการแห่งรัฐ #เช็กสิทธิบัตรคนจน #ยืนยันสิทธิบัตรคนจน #อุทธรณ์บัตรคนจน #ประกาศผลบัตรคนจน #ลดหย่อนภาษี #ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา #ผู้สูงอายุ #คนเปราะบาง #สวัสดิการประชาชน #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าวการเงิน #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #คลังคัดกรองสิทธิ #สิทธิประชาชน #ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย #เงินช่วยเหลือรัฐ #มาตรการรัฐ #เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ #ไทยช่วยไทยพลัส #ข่าวสังคม #ข่าวออนไลน์ #ThailandNews #BreakingNews #WelfareCard #GovernmentWelfare #MoneyNews #EconomicNews #SocialWelfare #ตรวจสอบสิทธิ #บัตรสวัสดิการรอบใหม่ #ผู้ถือบัตรสวัสดิการ #อัปเดตข่าวเศรษฐกิจ #สิทธิรัฐ #คนจนตัวจริง #นโยบายรัฐ #ข่าวเด่นวันนี้ #ข่าวเศรษฐกิจไทย #กระทรวงการคลัง2569 #สิทธิผู้สูงอายุ #อุทธรณ์สิทธิ #ข่าวประชาชนต้องรู้








