เมื่อวันที่ 30 พ.ค.2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุกส่วนตัว ภายหลังจากที่เดินทางไปตรวจเยี่ยมชมการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า
" การบ้าน 5 ข้อจากมาบตาพุด ปลดล็อก EIA สู่ Net Zero สร้างนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว
เมื่อเร็วๆนี้ ผมและทีมงานกระทรวงอุตสาหกรรมทุกกรมฟูลทีมลงพื้นที่ไปรับฟัง "การบ้าน" ข้อเสนอแนะและความกังวลใจจากพี่น้องผู้ประกอบการตัวจริงในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด 10 บริษัท ซึ่งถือเป็น Backbone สำคัญของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และพลาสติกของไทย
การรับฟังเสียงของผู้ประกอบการครั้งนี้ ได้รับโจทย์และเป็นการบ้านที่ต้องกลับมาคิด แต่หลายเรื่องที่สำคัญ ได้สั่งการลุยทันที โดยขอสรุปไว้ 3-4 ประเด็นหลักที่รับการบ้านมา
เรื่องแรกวิกฤตน้ำและภัยแล้งจาก “ซูเปอร์เอล นีโญ" โดยผู้ประกอบการกังวลเรื่องปริมาณน้ำในอุตสาหกรรม เพราะตั้งแต่ช่วงกลางปีถึงปลายปีนี้ สุ่มเสี่ยงจะขาดแคลน
เบื้องต้นบางอุตสาหกรรมต้องปรับตัว ส่วนหนึ่งคือน้ำในอุตสาหกรรมไม่จำเป็นต้องสะอาด 100% เหมือนน้ำดื่ม ทำให้ใช้ระบบแบบ "Zero Discharge" นำน้ำหมุนเวียนใช้วนในระบบ ไม่ปล่อยทิ้ง และเตรียมแผนสำรองกำลังร่วมมือกับท้องถิ่นจัดหาน้ำเข้ามาเสริมอย่างเต็มที่
ส่วนภาคประชาชนและเกษตรกร อยากชวนคิดเรื่องการทำ "แก้มลิง" หรือบ่อเก็บน้ำในพื้นที่ตามแนวพระราชดำริ รัชกาลที่ 9 ตอนนี้รัฐบาลกำลังเร่งช่วยขุดบ่อ และสร้างภาชนะเก็บน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำทุกหยดก่อนจะไหลลงทะเล
ส่วนโจทย์ใหญ่ที่หลายบริษัทสะท้อนตรงกันคือกฎหมายที่ซ้ำซ้อน และความล่าช้าในการขอใบอนุญาต ในขั้นตอนการทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่ถูกมองว่าการขออนุญาตต่างๆ ช้ามาก กฎหมายทับซ้อนกันระหว่างกระทรวง ทำให้ธุรกิจเดินหน้าสะดุด
ทั้งนี้ประเด็น EIA ผมเข้าใจดี เพราะเคยอยู่กระทรวง ทส. มาก่อน ตอนนี้ท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังเร่งผลักดันระบบ "Super License" เพื่อปลดล็อกให้การขออนุญาตเร็วขึ้น ส่วนอะไรที่เป็นกฎกระทรวง หรือระเบียบที่ผมเซ็นแก้ได้เอง ผมจะเร่งทำให้ทันที อะไรที่ต้องเข้าสภาก็จะรีบดันตามช่องทาง
ประเด็นที่ 3 มาตรฐานเม็ดพลาสติกชีวภาพ (Bio-Plastic) ผู้ประกอบการอยากให้รีบออกกฎเกณฑ์ และมาตรฐาน มอก. เพื่อจะได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุน เวียนได้จริง โดยมอบหมายให้ทางเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ. ) ว่าติดอยู่ที่คณะกรรมการชุดไหน ต้องรีบเอาออกมา เพื่อให้พลาสติกไทยรีไซเคิลได้คุ้มค่าที่สุด
สำหรับ ประเด็นที่ 4 พลังงานสะอาด เพื่อเป้าหมาย Net Zero 2050 ผู้ประกอบการ ต้องการเข้าถึงแหล่งพลังงานสะอาด เพื่อปรับตัวเป็น "นิคมอุตสาหกรรมสีเขียว" และแข่งขันในตลาดโลกได้ โดยกระทรวงอุตสาหกรรม จะซัพพอร์ต และเตรียมความพร้อมให้ทุกนิคมอุตสาหกรรมเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น
โดยสิ่งที่ดีใจคือ วันนี้ทุกบริษัทพูดเรื่อง ESG สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมมาภิบาล ซึ่งไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือทางรอดในการส่งออกไปนอกประเทศ
และสุดท้ายเทคโนโลยีความปลอดภัย (UAV) ซึ่งในพื้นที่มาบตาพุดโมเดลมีการใช้โดรนตรวจความปลอดภัยครอบคลุมพื้นที่กว่า 10,000 ไร่แล้ว ดังนั้นเตรียมจะนำโมเดลนี้ไปศึกษาเพื่อปรับใช้กับการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่อุตสาหกรรมอื่นๆ ต่อไป"








