วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มอบหมายให้ “ทีมสุดซอย” โดย น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หรือ “โอ๋สุดซอย” ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อการปฏิรูปพลังงาน นำทีมฝ่ายกฎหมาย กรมธุรกิจพลังงาน หอบหลักฐานชุดใหญ่เข้ายื่นต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติม หลังขยายผลพบความเชื่อมโยงระดับมหากาพย์ เผยพฤติกรรมสุดแปลกประหลาด แต่งตั้ง “คนขับรถ” นั่งแท่นกรรมการบริษัท ส่อเจตนาทำนิติกรรมอำพราง ซุกซ่อนน้ำมันออกนอกระบบในช่วงวิกฤตพลังงาน
น.ส.ฐิติภัสร์ เปิดเผยว่า กรมธุรกิจพลังงานได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมกรณี บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด (จังหวัดอ่างทอง) ในข้อหาขัดคำสั่งนายกรัฐมนตรีตาม พ.ร.ก. ปี 2516 เรื่องการป้องกันและแก้ไขการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยพบว่าในช่วงวิกฤตน้ำมันเดือนมีนาคมและเมษายนที่ผ่านมา บริษัทดังกล่าวไม่รายงานปริมาณนำเข้า-ส่งออกน้ำมันรวมถึง 20 ครั้ง (มีนาคม 6 ครั้ง และเมษายน 14 ครั้ง)
"การขัดคำสั่งนายกฯ มีความผิดตามมาตรา 8 ของ พ.ร.ก. ปี 2516 มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปีต่อการกระทำความผิด 1 ครั้ง หรือ 1 การกระทำ รวมทั้งหมด 20 ครั้ง" น.ส.ฐิติภัสร์ระบุ
นอกจากนี้ ทีมสุดซอยและพลังงานจังหวัดอ่างทองยังตรวจพบความผิดปกติในเอกสารใบกำกับส่งน้ำมัน โดยระบุว่า บ.ทริลเลียนออยล์ มีการซื้อขายน้ำมันกับ บ.โกลบอล เวลออยล์ แต่ผู้ค้ากลับไม่ได้ออกใบกำกับขนส่งให้ แต่กลับให้คลังน้ำมันที่ชื่อ บ.แพนสตอเรจแอนด์เซอร์วิส เป็นผู้ออกแทน เมื่อสืบลึกฉากหลังพบว่า กรรมการและผู้ถือหุ้นของ บ.แพนสตอเรจแอนด์เซอร์วิส เป็นเครือข่ายครอบครัวเดียวกันกับ บ.ทริลเลียนออยล์ ซึ่งเป็นเจ้าของคลังน้ำมันเชื่อมโยงกันถึง 6 จังหวัด ได้แก่ อ่างทอง, สมุทรปราการ, เพชรบุรี, เชียงราย, พิษณุโลก และฉะเชิงเทรา โดยใช้วิธีตั้ง “ตัวแทนกระทำทำการแทน” หรือ นอมินี ในการทำธุรกิจ ที่น่าแปลกประหลาดคือ เราพบว่า นายอุดม ซึ่งมีชื่อเป็นกรรมการผู้จัดการของ บ.ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง แท้จริงแล้วไปปรากฏชื่อเป็นเพียง 'คนขับรถ' ของ บ.แม็กซ์ ออโต้ ทรานสปอร์ต ซึ่งเป็นบริษัทขนส่งน้ำมันให้ บ.ทริลเลียนออยล์
ส่วนกรรมการของ แม็กซ์ ออโต้ ทรานสปอร์ต กลับมาทำหน้าที่เป็น "หัวหน้าคลัง" ให้กับ บ.ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง สะท้อนให้เห็นชัดเจนถึงพฤติกรรมการใช้บุคคลในการทำ “นิติกรรมอำพราง” โดยใช้นอมินีปกปิดตัวตนของนายทุนที่แท้จริง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ยากต่อการตรวจสอบ
ในส่วนของความคืบหน้าการตรวจสอบที่ จ.เชียงราย ทีมสุดซอยขยายผลตรวจสอบสาวเบื้องหลังกลุ่มกักตุนน้ำมัน พบความผิดปกติของการออกใบกำกับคลังน้ำมันที่ไม่ครบถ้วนถึง 662 ใบ และมีการขัดคำสั่งนายกฯ อีก 1 ครั้ง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถูกส่งให้ DSI เพื่อสืบสวนหาตัว "บอสคนสุดท้าย" ที่อยู่เบื้องหลังการสั่งการและรับผลประโยชน์ทั้งหมด พบความเสียหายกว่า 3,000 ล้านบาท
น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวย้ำว่า ตั้งแต่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเข้มข้นเพื่อการปฏิรูปพลังงาน โดยตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา ได้ดำเนินคดีไปแล้วกว่า 10 คดี และอยู่ระหว่างสืบสวนเพิ่มเติมอีก 4-5 คดี ทั้งกรณีคลังน้ำมันที่สุราษฎร์ธานี อ่างทอง และคดีรายย่อยเกี่ยวกับการปลอมปนน้ำมัน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทีมสุดซอยจะเดินไปจน "สุดซอย" ตามชื่อจริงหรือไม่ น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวว่า วันนี้มาที่ DSI ในส่วนของกระทรวงพลังงานเรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้เป็นหน้าที่ของ DSI และตำรวจในการสืบสวนเชิงลึก ทั้งเส้นทางการเงินและความเชื่อมโยงทางธุรกิจ ซึ่งทางท่านอธิบดี DSI ได้แถลงแล้วว่า พบตัวบุคคลที่อยู่เบื้องหลังที่เป็นเหมือนบอสคนสุดท้าย ที่มีอำนาจสั่งการและรับเงินจากขบวนการนี้แล้ว ยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ภายใต้การนำของท่านนายกฯ และท่านรัฐมนตรีเอกนัฏ บังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นผู้ค้ามาตราไหน หากผิดต้องถูกดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา
นอกจากนี้ ทีมสุดซอยยังคงลงพื้นที่ต่อเนื่องทุกสัปดาห์ร่วมกับตำรวจและคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เพื่อตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันที่ขายเกินราคาหรือมีการปลอมปน เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนอย่างสูงสุด








