เมื่อวันที่ 18 พ.ค.69 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ประกาศคงประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของประเทศไทยในปี 2569 ไว้ที่ระดับ 1.5-2.5% โดยมีค่ากลางอยู่ที่ 2.0% ซึ่งเป็นระดับเดียวกับการประเมินครั้งก่อน
สภาพัฒน์ระบุว่า การคาดการณ์ดังกล่าวได้รวมผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงแรงขับเคลื่อนจากพระราชกำหนดกู้เงินวงเงิน 4 แสนล้านบาท ที่ใช้ในการช่วยเหลือค่าครองชีพและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไว้แล้ว ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัว 2.8% ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่ดีกว่าคาด
เลขาธิการสภาพัฒน์ ระบุว่า แม้สถานการณ์โลกยังมีความไม่แน่นอน แต่จากแรงส่งของเศรษฐกิจในประเทศและมาตรการภาครัฐ ทำให้ยังคงประมาณการ GDP ปีนี้ไว้ที่ระดับ 2%
ด้านอัตราเงินเฟ้อปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 2-3% ปรับเพิ่มขึ้นจากกรอบเดิมที่เคยคาดไว้ที่ -0.3 ถึง 0.7% ขณะที่มูลค่าการส่งออกคาดว่าจะขยายตัวได้ถึง 9.6% เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากประมาณการเดิมที่ 2.0% และดุลบัญชีเดินสะพัดคาดว่าจะเกินดุลราว 1% ของ GDP
อย่างไรก็ตาม สภาพัฒน์ระบุว่า เศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญหลายด้าน ได้แก่ การขยายตัวต่อเนื่องของอุปสงค์ภาคเอกชน แรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายภาครัฐ และการฟื้นตัวของการส่งออกสินค้าและบริการ
ขณะเดียวกัน ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ความยืดเยื้อของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ความเสี่ยงเศรษฐกิจและการค้าโลกชะลอตัว ความผันผวนในตลาดการเงินและตลาดทุน ภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงคุณภาพสินเชื่อของ SMEs ที่อ่อนตัวลง ตลอดจนความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมมากขึ้น
#GDPไทย #สภาพัฒน์ #เศรษฐกิจไทย #ส่งออกไทย #เงินเฟ้อ #หนี้ครัวเรือน #เศรษฐกิจ2569 #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าววันนี้ #ลงทุนไทย #ตลาดเงิน #ตลาดทุน #ภัยแล้ง #เศรษฐกิจโลก #นโยบายรัฐ








