วันที่ 7 พ.ค.69 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้กับ บริษัท ขนส่ง จำกัด(บขส.) ว่าได้มอบให้บขส.จัดทำแผนรายละเอียดการปรับปรุงตัวอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคาร โดยจะเสนอของบประมาณจำนวน 351ล้านบาท ส่วนการขยายสถานีขนส่งนั้น เบื้องต้นมอบให้บขส.จัดทำรายละเอียดออกแบบเพื่อเชื่อมต่อกับสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ทั้งนี้ เป็นความสะดวกในการใช้บริการของประชาชน รวมถึงให้แนวทางแผนการเปลี่ยนถ่ายรถเก่าให้เป็นรถEV โดยจะต้องเปลี่ยนประมาณ 150คัน รวมถึงให้บขส.ศึกษาเส้นทางใหม่ ที่ขณะนี้มีเอกชนสนใจให้บริการ ซึ่งบขส.จะต้องพิจารณาว่าจะให้เอกชนวิ่งในเส้นทางไหน โดยยเป็นการเปิดประมูลเส้นทาง
“ ขณะนี้ยืนยันจะไม่มีการย้ายสถานีขนส่ง(หมอชิต) แต่จะมีการปรับปรุงให้เชื่อมต่อกับสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อความสะดวกกับประชาชน แต่การเชื่อมต่อจะเป็นรูปแบบใดจะ ต้องมีการออกแบบ ยกตัวอย่าง รถแทรม อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่ผู้ประกอบการที่ใบอนุญาตกำลังจะหมดอายุแล้ว ให้ปรับปรุงพัฒนาการให้บริการผู้โดยสารหากไม่มีการปรับปรุงก็มีความจำเป็นต้องพิจารณา ทั้งนี้ ยังให้แนวทางเพื่อเป็นข้อกำหนดว่า หากเส้นทางใดที่บขส.วิ่งให้บริการถือว่าเป็นการแข่งขันก็ไม่ต้องเก็บค่าธรรมเนียมใช้สายทาง แต่หากเส้นทางใดที่บขส.ไม่ได้วิ่งแล้วให้เอกชนวิ่งแทนเอกชนก็จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเป็นค่าใช้สายทางโดยจะเป็นข้อบังคับทางกฎหมายของบขส.นอกจากนี้ บขส . เสนอขอรับงบประมาณ ปี 2570 ในดำเนินการก่อสร้างและปรับปรุงสถานีขนส่งฯ หมอชิต 2 จำนวน 351 ล้านบาท เพื่อดำเนินการปรับปรุงสถานีขนส่งฯ หมอชิต 2 ระยะที่ 1 โดยการขยายอาคารผู้โดยสารให้รองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น การปรับปรุงระบบเครื่องปรับอากาศภายในสถานีขนส่งฯ เนื่องจากใช้งานมานานหลายปี การงานออกแบบสร้างอาคารมินิบัส การออกแบบทางเชื่อมระหว่างสถานีขนส่งฯ หมอชิต 2 และสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่ออำนวยความสะดวกผู้โดยสารในการเดินทางเชื่อมต่อทั้งทางบกและทางราง และปรับปรุงสถานีเดินรถรังสิต” นายสิริพงศ์ กล่าว
นายสิริพงศ์ ได้กล่าวถึงทิศทางการใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก. กู้เงินของรัฐบาล วงเงิน 4 แสนล้านบาท โดยยืนยันว่าในส่วนของกระทรวงคมนาคมไม่มีการนำงบประมาณส่วนนี้ไปใช้ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ แต่จะมุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน โดยวงเงิน 2 แสนล้านบาทแรกใช้สำหรับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและสวัสดิการรัฐ เช่น โครงการคนละครึ่ง, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันแพง วงเงิน 2 แสนล้านบาทหลัง มุ่งเน้นการสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) จากพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาด เช่น การอุดหนุนดอกเบี้ยติดตั้ง Solar Rooftop และนโยบาย "เก่าแลกใหม่"
อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคม จะผลักดันนโยบาย "เก่าแลกใหม่" ครอบคลุมรถสาธารณะ 7 ประเภท เบื้องต้น ได้มีการหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การสนับสนุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ได้แก่ รถบรรทุก, รถบัส, รถจักรยานยนต์, และรถแท็กซี่ เป็นต้น ซึ่งคาดว่าจะมีการส่งหนังสือยืนยันหลักเกณฑ์อย่างเป็นทางการรวมถึงกำหนดกำลังไฟและรูปแบบการสนับสนุนได้ภายในสัปดาห์หน้าในส่วนของ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) มีความเป็นไปได้ที่จะเข้าร่วมนโยบายนี้ แต่ต้องพิจารณาตามความพร้อมของแต่ละเส้นทาง เนื่องจากรถ บขส. เป็นการวิ่งระยะไกลข้ามจังหวัด ซึ่งแตกต่างจาก ขสมก. ที่วิ่งในเมือง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
ทั้งนี้ รัฐบาลเตรียมตั้งคณะกรรมการพิจารณาในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ เพื่อสรุปรูปแบบการใช้เงินงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป








