สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงในวันศุกร์ (1 พ.ค.) หลังตลาดตอบรับแรงกดดันจากข่าวที่อิหร่านยื่นข้อเสนอใหม่ในการเจรจากับสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังสามารถปิดบวกได้ในภาพรวมรายสัปดาห์ ท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
โดยยังมีปัจจัยกดดันจากสถานการณ์ที่อิหร่านยังคงมีท่าทีเกี่ยวข้องกับการปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงรายงานว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ ได้เพิ่มมาตรการสกัดกั้นการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่าน ซึ่งทำให้ตลาดยังคงกังวลต่ออุปทานพลังงานโลก
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิถุนายน ร่วงลง 3.13 ดอลลาร์ หรือ 2.98% ปิดที่ 101.94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนกรกฎาคม ลดลง 2.23 ดอลลาร์ หรือ 2.02% ปิดที่ 108.17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ตาม แม้จะปิดลบในวันสุดท้ายของสัปดาห์ แต่ราคาน้ำมันดิบทั้ง WTI และเบรนท์ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 2.95% ในรอบสัปดาห์นี้ โดยในช่วงวันพฤหัสบดี สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์เดือนมิถุนายนเคยพุ่งขึ้นแตะระดับ 126.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565
ด้านสถานการณ์ระหว่างประเทศ สำนักข่าว IRNA ของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้ส่งข้อเสนอใหม่สำหรับการเจรจากับสหรัฐฯ ผ่านตัวกลางจากปากีสถานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบวกต่อความพยายามลดความตึงเครียดและหาทางยุติข้อพิพาทระหว่างสองประเทศ








