นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (21 เม.ย.) กระทรวงการคลังไม่มีการเสนอให้พิจารณาโครงการคนละครึ่ง พลัส เฟส 2 เนื่องจากยังมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม โดยเฉพาะเรื่องแหล่งเงินงบประมาณที่จะนํามาใช้ดําเนินการ ซึ่งคาดว่าจะเร่งสรุปเพื่อเสนอให้ ครม. พิจารณาได้เร็ว ๆ นี้
สําหรับกรณีที่รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณาออกพระราชกําหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน วงเงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อรองรัยวิกฤติการณ์ที่ซ้ําซ้อนนั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า จะมีการหารือร่วมกับนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีถึงประเด็นดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อพิจารณาถึงความจําเป็นว่าจะต้องมีการออก พ.ร.ก. กู้เงินดังกล่าวหรือไม่ โดยต้องมีการพิจารณาในเรื่องของกฎหมายเป็นสําคัญว่าเป็นอย่างไร
ทั้งนี้เนื่องจากหากพิจารณาจากตัวเลขหนี้สาธารณะของไทยในปัจจุบัน อยู่ที่ระดับ 66% จีดีพี ยังมีพื้นที่ทางการคลังอีก 4% จากเพดานที่ 70% ของจีดีพี โดยทุก ๆ 1% ของจีดีพี คิดเป็นวงเงินราว 2 แสนล้านบาท ดังนั้นพื้นที่ทางการคลังที่ 4% ที่เหลืออยู่ดังกล่าว จึงคิดเป็นวงเงิน 8 แสนล้านบาท ดังนั้นหากรัฐบาลต้องการกู้เงินในวงเงินที่ไม่เกิน 8 แสนล้านบาท ก็อาจจะยังไม่จําเป็นต้องออก พ.ร.ก. กู้เงินก็ได้ ซึ่งตรงนี้ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสรุปตัวเลขที่ชัดเจน เพื่อหารือกันอีกครั้ง
“เราต้องดูตัวเลขทั้งหมดทั้งปีงบประมาณ 2569 และปีงบประมาณ 2570 โดยปัจจุบันเรายังมีรูมเหลืออีก 4% คิดเป็นวงเงินราว 8 แสนล้านบาท ดังนั้นก็ต้องมาหารือกันว่าเราจําเป็นต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะเพื่อกู้เงินหรือไม่ โดยหากกู้ไม่ถึง 8 แสนล้านบาท ก็อาจจะยังไม่จําเป็น แต่หากจะทําก็ต้องมาคุยต่อว่าจะกู้เท่าไหร่ จะต้อง 5 แสนล้านบาทหรือไม่ รวมถึงเรื่องออก พ.ร.ก.กู้เงินด้วยที่ต้องมาดูว่าจําเป็นต้องดําเนินการออกหรือไม่ ส่วนเรื่องเพดานหนี้สาธารณะของประเทศไทยในวันนี้เทียบกับหลายประเทศยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่น่ากังวล โดยยุโรปหนี้สาธารณะอยู่ที่ 100% กว่าของจีดีพี หรือเทียบกับประเทศในอาเซียน ไทยก็ไม่ได้สูงกว่าคนอื่น และเรื่องเพดานหนี้สาธารณะต้องหารือกันเพิ่มเติม เพราะมีพัฒนาการใหม่ ๆ เกิดขึ้นตลอดเช่นกัน” นายเอกนิติ กล่าว








