ข่าวเศรษฐกิจ

หนึ่งในผู้ได้ประโยชน์จากสงคราม! น้ำมันสหรัฐ มากกว่า ซาอุฯ-รัสเซีย

แชร์ข่าว

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล นักเศรษฐศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาประเทศ นโยบายเศรษฐกิจมหภาค การเงิน และตลาดทุน (FETCO) กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ แสดงความเห็นเกี่ยวกับปัญหาน้ำมันในสหรัฐผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว

 Rory Johnston นักวิเคราะห์ด้านน้ำมัน  ระบุภาพเรือขนส่งน้ำมันที่กำลังเข้าคิวมาที่สหรัฐ จากการที่อิหร่านปิดช่องแคบ Hormuz

ประธานาธิบดีทืรัมป์  เอามาภาพนี้มาเผยแพร่ในโซเชียลของตนเองและให้สัมภาษณ์อย่างต่อเนื่องว่า สหรัฐมีน้ำมันมากกว่า ซาอุดิอาระเบีย + รัสเซีย เป็นผู้ที่มีน้ำมันเยอะสุดในโลก

ขณะนี้ทุกประเทศที่กำลังขาดแคลนน้ำมัน ทั้งเอเชีย และยุโรปกำลังมุ่งตรงมาที่ Gulf of America  ดังจะเห็นในภาพด้านล่าง

สหรัฐพร้อมขายน้ำมันเราเหลือเฟือมาได้เลย

นอกจากนี้ ทุกคนสามารถซื้อได้จากเวเนซุเอลาเช่นกัน

สหรัฐได้ส่วนแบ่งกำไรจากการขายน้ำมันดังกล่าว

ท่านภูมิใจมากในเรื่องนี้ พูดถึงบ่อยครั้งในช่วงหลังๆ

พอๆ กับการบอกว่าสหรัฐไม่ได้ใช้น้ำมันจาก Hormuz เป็นปัญหาของคนอื่นๆ ที่สหรัฐทำอยู่ คือ ช่วยทุกคน ไม่น่าแปลกใจที่สหรัฐรอได้เช่นกันเพราะได้ประโยชน์

นอกจากนี้ ราคาหุ้นสหรัฐก็ปรับตัวดีขึ้นDow Jones กลับมาที่ 47,500-48,500

ไม่รีบร้อนมีเวลากดดันอิหร่านให้ยุติเรื่องนิวเคลียร์ผ่านการปิดล้อมช่องแคบ Hormuz ที่ต้องใช้เวลากว่าจะส่งผล โดยหวังว่า เศรษฐกิจอิหร่านจะล้มลงสร้างแรงกดดันจากภายในอิหร่านอีกด้าน

พร้อมสร้างสมดุลใหม่ระหว่างพลเรือนและทหารในอิหร่าน ที่ดูเหมือนจะเห็นไม่ตรงกัน ให้ยอมในที่สุด

มาดูกันครับว่า จะเป็นไปตามหวังหรือไม่ อิหร่านจะโต้กลับอย่างไร

จะเกิด ”อุบัติเหตุ“ ที่ทำให้ต้องโจมตีอีกรอบ หรือไม่  และการเผชิญหน้า จะลุกลามไปถึงตุรกี จีน ด้วยไหม !!!

มาติดตามกันครับ

ขอบคุณภาพจาก Rory Johnston โดยเขาอธิบายว่า สีน้ำเงินคือเรือบรรทุกน้ำมันแบบ “สกปรก” (เช่น น้ำมันดิบ น้ำมันเตา ฯลฯ)

สีขาวคือเรือบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันแบบ “สะอาด” (เช่น เบนซิน ดีเซล ฯลฯ) และสีส้มคือเรือบรรทุกก๊าซ (เช่น LNG, LPG ฯลฯ)

ข่าวแนะนำ