ข่าวเศรษฐกิจ

สัญญาณเตือนแรง! "สงร." ชี้เศรษฐกิจไทยเสี่ยงหนัก หนี้พุ่ง–FDI หด จี้รัฐเร่งปฏิรูปด่วน

แชร์ข่าว

เมื่อวันที่ 12 เม.ย.69 สำนักงบประมาณของรัฐสภา (สงร.) สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดทำเอกสารวิชาการ เรื่อง “สภาวะเศรษฐกิจไทยและข้อจำกัดทางการคลัง: การวิเคราะห์เพื่อกำหนดทิศทางนโยบายภาครัฐ” โดยมีการวิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค ฐานะการคลัง หนี้สาธารณะ รวมถึงความเสี่ยงเชิงโครงสร้างและความท้าทายสำคัญ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาและข้อเสนอแนะต่อการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา

ในส่วนของเศรษฐกิจมหภาค รายงานระบุว่า โครงสร้างเศรษฐกิจไทยยังพึ่งพาต่างประเทศในระดับสูง โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) พึ่งพาภาคบริการประมาณ 60% และการส่งออกสูงถึง 70% ทำให้เศรษฐกิจมีความเปราะบางต่อปัจจัยภายนอก เช่น มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์

ด้านแรงงานและผลิตภาพ พบปัญหาวิกฤตเชิงโครงสร้าง โดยภาคเกษตรยังรองรับแรงงานราว 12 ล้านคน แต่สร้างมูลค่าเพิ่มต่ำ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมมีโรงงานปิดตัวมากกว่า 2,300 แห่ง ส่งผลให้ผลิตภาพแรงงานโดยรวมลดลงอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ปัญหาหนี้ครัวเรือนแม้ปรับลดลงเหลือ 86.80% ของ GDP แต่หนี้เสีย (NPL) ยังคงเพิ่มขึ้นในหลายประเภทสินเชื่อ แม้ธนาคารแห่งประเทศไทยจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 1% เพื่อช่วยประคองเศรษฐกิจแล้วก็ตาม

ในด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) แม้ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI จะอยู่ในระดับสูง แต่การลงทุนจริงกลับขยายตัวต่ำ เพียง 1.40% ของ GDP สะท้อนความไม่เชื่อมั่นของนักลงทุนต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน

ด้านฐานะการคลังและหนี้สาธารณะ รายงานระบุว่ารายได้ของรัฐมีความกระจุกตัวสูง โดยกว่า 64% มาจากภาษีเพียง 3 ประเภท ได้แก่ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีนิติบุคคล และภาษีบุคคลธรรมดา ทำให้รายได้รัฐมีความเสี่ยงสูงต่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

สงร.ประเมินว่า รายได้รัฐบาลอาจต่ำกว่าเป้าหมายถึง 240,000 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้การบริหารจัดการการขาดดุลงบประมาณทำได้ยากขึ้น ขณะที่หนี้สาธารณะมีแนวโน้มเข้าใกล้เพดาน 70% ภายในปี 2571 หรืออาจเร็วกว่านั้น หากเกิดภาระจากวิกฤตด้านพลังงานเพิ่มเติม

สำหรับปัจจัยเสี่ยงสำคัญ รายงานระบุว่า ไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางถึง 51% หากเกิดความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งแตะ 4.5% และทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหดตัวเกือบ 1%

ด้านสังคม ไทยกำลังก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว โดยมีอัตราเด็กเกิดใหม่ต่ำสุดในรอบ 70 ปี ส่งผลให้เกิดแนวคิดการขยายอายุเกษียณราชการเป็น 65 ปี เพื่อบรรเทาภาระด้านงบประมาณและรักษากำลังแรงงานในระบบ

ในมิติการค้าระหว่างประเทศ ไทยยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศ “Dirty 15” หรือ 15 ประเทศที่มีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐอเมริกาสูง ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการถูกใช้มาตรการภาษีเฉพาะเจาะจงในอนาคต

รายงานยังเสนอว่า รัฐบาลจำเป็นต้องปรับกระบวนทัศน์เชิงโครงสร้าง (Paradigm Shift) และมีเจตจำนงทางการเมืองที่เข้มแข็ง เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างจริงจัง

ทั้งนี้ สงร.ได้เสนอแนวทางการปฏิรูป 7 ด้าน ได้แก่ การปฏิรูปภาษี การปฏิรูประบบราชการ การดึงดูดการลงทุนต่างชาติ การบริหารทรัพย์สินของรัฐ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การปฏิรูปการศึกษา และการปฏิรูปสาธารณสุข เพื่อยกระดับประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจและลดภาระการคลังในระยะยาว

#เศรษฐกิจไทย #สงร #งบประมาณรัฐ #หนี้สาธารณะ #FDI #เศรษฐกิจมหภาค #ปฏิรูปเศรษฐกิจ #ข่าวเศรษฐกิจ #การคลัง #สังคมสูงวัย #ข่าววันนี้ #นโยบายรัฐ #เศรษฐกิจโลก