สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปิดบวกในวันอังคารที่ 7 เม.ย. ขณะที่นักลงทุนจับตาเส้นตายที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้การเดินเรือกลับมาเป็นปกติ ขณะเดียวกัน สัญญาน้ำมันเบรนท์ (Brent) ปิดลบ ท่ามกลางความกังวลว่าราคาพลังงานสูงอาจฉุดเศรษฐกิจโลก
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 54 เซนต์ หรือ 0.48% ปิดที่ 112.95 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 50 เซนต์ หรือ 0.46% ปิดที่ 109.27 ดอลลาร์/บาร์เรล
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น หลังทรัมป์เตือนด้วยถ้อยคำรุนแรงว่า "อารยธรรมทั้งหมดจะพินาศลงในคืนนี้" หากอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในวันนี้ (8 เม.ย. เวลา 07.00 น. ตามเวลาไทย) พร้อมเตือนว่าจะโจมตีสะพานและโรงไฟฟ้าทุกแห่งของอิหร่าน
รายงานระบุว่า การโจมตีในอิหร่านมุ่งเป้าไปที่เส้นทางรถไฟ ถนน สะพาน และโรงงานปิโตรเคมี ขณะที่สหรัฐฯ และอิสราเอลได้โจมตีเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน
อาเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก เตือนว่า ความตึงเครียดอาจฉุดเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และทำให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นไม่ว่าการเจรจาจะจบลงเร็วเพียงใด ด้านออสแตน กูลสบี ประธานเฟด ชิคาโก ระบุว่า สงครามอาจผลักดันเงินเฟ้อสูงขึ้นและฉุดเศรษฐกิจให้อ่อนแอลงพร้อมกัน นำไปสู่ความเสี่ยงภาวะ Stagflation และสร้างความยากลำบากต่อการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยของเฟด
นอกจากนี้ จีนและรัสเซียได้ใช้สิทธิยับยั้ง (วีโต้) ต่อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้ว่าร่างมติจะถูกแก้ไขหลายครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้สิทธิวีโต้








