ข่าวเศรษฐกิจ

“เอกนัฏ” กร้าวใช้อำนาจ พ.ร.ก. ลดราคาดีเซล B7-B20 หน้าโรงกลั่น 2 บาท ไม่ทำผิดกฎหมาย

แชร์ข่าว

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติปรับลดราคาหน้าโรงกลั่น ตามอำนาจ พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 ที่นายกรัฐมนตรีลงนามเมื่อวานนี้ กำหนดราคาที่หน้าโรงกลั่นใช้เฉพาะน้ำมันดีเซลเกรด B7 และ B20 ลดลงลงจำนวน 2 บาทต่อลิตรจากราคาอ้างอิงสิงคโปร์ (Singapore Discount) มาตรการนี้มีผลครอบคลุมน้ำมันทุกหยดที่ผลิตจากโรงกลั่นทั้ง 6 แห่งในประเทศไทย ขั้นตอนต่อไปจะเร่งออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันพรุ่งนี้ (8 เม.ย.69) จากนั้นคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) จะนัดประชุมทันทีเพื่อพิจารณาการบริหารจัดการต่อไป และคาดว่าจะทำให้ราคาหน้าปั๊มลดลงวันที่ 9 เม.ย. โดยบี 7 เมื่อรวมกับอัตราภาษีต่างๆจะลดลง 2.14 บาทต่อลิตร ส่วนบี 20 กำลังพิจารณาว่าจะเพิ่มส่วนลดมากกว่านี้เพื่อใช้กับระบบขนส่งขนาดใหญ่ทำให้ ต้นทุนขนส่งในภาพรวมลดลงได้อีก

โดยกระทรวงพลังงานได้นำกลไกการกำหนดราคาแบบใหม่มาใช้เรียกว่าระบบ Singapore Discount หรือการกำหนดส่วนลดจากราคาอ้างอิง จากเดิมที่ประเทศไทยกำหนดราคาตามกลไกตลาด (Market Pricing) โดยอ้างอิงราคาจากตลาดสิงคโปร์แบบ 100% แต่เนื่องจากปัจจุบันเกิดวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปพุ่งสูงขึ้นผิดปกติ จึงตัดสินใจใช้กลไกพิเศษเพื่อปรับโครงสร้างราคาให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริง

ทั้งนี้ ในสภาวะปกติ ค่าการกลั่น หรือส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันดิบกับน้ำมันสำเร็จรูปจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2 บาทกว่า/ลิตร แต่ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ค่าการกลั่นพุ่งสูงขึ้นมาก ขณะที่ต้นทุนน้ำมันดิบไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นมากในสัดส่วนที่เท่ากัน จึงจำเป็นต้องกำหนดส่วนลด เข้าไปปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นเพื่อให้เป็นธรรมต่อผู้บริโภคมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีสถานะติดลบอยู่ประมาณ 56,000 ล้านบาท และต้องจ่ายชดเชยดีเซลถึงวันละกว่า 1.4 พันล้านบาท การปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นตามระบบ Singapore Discount จะช่วยให้รัฐบาลบริหารจัดการลดค่าครองชีพประชาชนได้ได้ 2 แนวทาง ทั้งกองทุนน้ำมันและเรื่งราคาหน้าโรงกลั่นฯ หรือนำเงินส่วนนี้ไปลดภาระหนี้ของกองทุนน้ำมันเพื่อรักษาเสถียรภาพในอนาคต

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวถือเป็นมาตรการในช่วงสภาวะวิกฤต เนื่องจากน้ำมันเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ที่มีวงจรราคาขึ้นลง ซึ่งปัจจุบันอยู่ในช่วงขาขึ้น จึงต้องเข้ามาควบคุมเพื่อป้องกันการกักตุนเก็งกำไร โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก. แก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516

“ก่อนหน้านี้ผู้ค้าอาจจะคาดการณ์ว่าเมื่อราคาสิงคโปร์ขึ้น ราคาในบ้านเราต้องขึ้นตาม จึงกักตุนน้ำมันไว้ขายในอีก 2 วันข้างหน้า แต่ด้วยกลไกใหม่ที่เราสามารถกำหนดราคาหน้าโรงกลั่นได้เอง หากเราเห็นว่าค่าการกลั่น สูงผิดปกติ เราอาจจะสั่งปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นสวนทางกับตลาดสิงคโปร์ก็ได้ “ รมว.พลังงาน กล่าว

ขณะเดียวกัน จะประสานขอข้อมูลปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของโรงกลั่นระหว่างวันที่ 1-7 เม.ย.นี้ ทั้งหมดนำมาคำนวณดูว่าจะสามารถลดค่าการกลั่นลงได้อีกเท่าใด คาดว่าจะพิจารณาลดลงได้อีกครั้งในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน เม.ย.นี้ พร้อมยืนยันว่าจะกำกับดูแลไม่ให้มาตรการหั่นราคานี้กระทบต่อสภาพคล่องของโรงกลั่นในการจัดหาวัตถุดิบเข้ามากลั่น

“ มาตรการนี้เป็นมาตรการชั่วคราวในช่วงวิกฤตพลังงาน จึงขอแบ่งกำไรของโรงกลั่น มาช่วย โดย GRM ขณะนี้มากเกินมาก จึงมาช่วยกัน โดยส่วนลดค่าการกลั่น ราคาอ้างอิงสิงคโปร์ มีส่วนลด 2 บาท/ลิตรนี้ จะดูเป็นรายเดือน หาก ค่าการกลั่นสูง ส่วนลดอาจจะเพิ่มขึ้น และส่งต่อราคาหน้าปั๊ม แต่หากสถานการณ์โลกกลับเป็นปกติ ก็อาจจะใช้สูตรเดิมต่อไป”รมว.พลังงาน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยังยืนยันความพร้อมในการบริหารจัดการพลังงานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยระบุว่าจะเฝ้าบัญชาการสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 7 วัน โดยได้มีการบริหารจัดการกลไกต่างๆ ทั้งการส่งน้ำมัน การสำรองน้ำมัน และการจ่ายน้ำมันให้มีเพียงพอ ปัจจุบันมีการตรวจสอบสถานะน้ำมันดิบทุกวัน ซึ่งในเดือนเมษายนมีการสั่งซื้อและยืนยันการส่งมอบแล้วประมาณ 30 ล้านบาร์เรล ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อความต้องการกลั่นภายในประเทศ แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อและบานปลายกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่รัฐบาลได้เตรียมตัวรับมือและพยายามลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบให้มากที่สุด

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเร่งส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ โดยเฉพาะดีเซล B20 เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ และส่งเสริมให้เกษตรกรไทยมีรายได้จากการผลิตปาล์มน้ำมัน โดยได้ประสานให้สถานีบริการเร่งเปิดหัวจ่าย B20 ให้เพียงพอบนถนนสายหลักทุก 100 กิโลเมตร ภายในวันที่ 20 เมษายนนี้ เพื่อช่วยลดต้นทุนในภาคการขนส่งและสินค้าอุปโภคบริโภค