ราคาน้ำมัน WTI ปิดที่ 112 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขยับขึ้นตามสถานการณ์สหรัฐ–อิหร่านที่ยังตึงเครียด แม้มีการเจรจาทางอ้อม ขณะตลาดจับตาช่องแคบฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปิดบวกในกรอบจำกัดเมื่อวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2569 ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังคงยกระดับด้านวาทกรรม แม้ทั้งสองฝ่ายยังคงเดินหน้าเจรจาทางอ้อม ซึ่งอาจนำไปสู่การลดความขัดแย้งในระยะถัดไป
โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 87 เซนต์ ปิดที่ 112.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 74 เซนต์ ปิดที่ 109.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยหลักที่หนุนราคาน้ำมันมาจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านได้รับกรอบข้อเสนอจากปากีสถาน เพื่อยุติความเป็นปรปักษ์ระหว่างกัน อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังคงปฏิเสธแนวคิดในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซในทันที
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาขู่ใช้มาตรการรุนแรง หากอิหร่านไม่ยอมบรรลุข้อตกลงภายในเส้นตายวันอังคารที่ 7 เมษายนนี้ ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกัน ฝั่งอิหร่านระบุว่าได้กำหนดจุดยืนของตนอย่างชัดเจน และได้ส่งข้อเรียกร้องกลับไปตอบสนองต่อข้อเสนอหยุดยิงที่ถูกถ่ายทอดผ่านประเทศตัวกลาง
ทั้งนี้ แม้สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน แต่ความหวังต่อการเจรจายังคงช่วยพยุงบรรยากาศการลงทุนในตลาดการเงิน โดยส่งผลให้ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทและราคาทองคำปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกัน








