ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดผสมในวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อย ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดลบ เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับความยืดเยื้อของสงครามในตะวันออกกลาง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงได้
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 45,216.14 จุด เพิ่มขึ้น 49.50 จุด หรือ +0.11% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,343.72 จุด ลดลง 25.13 จุด หรือ -0.39% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 20,794.64 จุด ลดลง 153.72 จุด หรือ -0.73%
ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ระบุว่า การเจรจากับอิหร่านกำลังคืบหน้า แต่ขู่ว่าจะโจมตีแหล่งน้ำมันและโรงไฟฟ้าของอิหร่านหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ในเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ สถานการณ์ตึงเครียดได้ทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน ได้ยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอล เป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่สงครามเริ่มต้นในเดือนกุมภาพันธ์
สงครามในตะวันออกกลางที่ล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 ทำให้ราคาน้ำมัน WTI พุ่งสูงขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยนักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะนำไปสู่เงินเฟ้อที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในสหรัฐฯ จะยังไม่แน่นอน แต่เจอโรม พาวเวล ประธานเฟดกล่าวในการปาฐกถาที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดว่า เฟดยังไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้ และเน้นการรักษาเสถียรภาพของราคาและการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ
ในด้านตลาดหุ้น S&P500 มีหุ้น 8 ใน 11 กลุ่มที่ปิดในแดนบวก โดยหุ้นกลุ่มการเงินและสาธารณูปโภคต่างปรับตัวขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีร่วงลง
นักลงทุนจับตามองตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนมีนาคมที่จะเปิดเผยในวันศุกร์ที่ 3 เมษายน โดยคาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 56,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.4%







