ข่าวเศรษฐกิจ

กรมธุรกิจพลังงาน ยันน้ำมันสำรอง 104 วัน ปริมาณใช้เริ่มลดลง รับปั๊มอ่างทองผิดจริง เร่งตรวจ 4 ปั๊มสงขลา

แชร์ข่าว

กรมธุรกิจพลังงาน ยันน้ำมันสำรองปัจจุบันใช้ได้ถึง 104 วัน​ บอกข้อมูล​ 18 มี.ค.​ ปริมาณการใช้ดีเซล​ -​เบนซิน​ เริ่มลดลง​ รับ​ บริษัทจำหน่ายน้ำมันอ่างทอง​มีความผิดจริง​ ชี้​ กรณี​ 4 ปั๊มสงขลาไร้น้ำมันจำหน่าย​ รอพลังงานจังหวัดตรวจสอบ

เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 20 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน​ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำมันสำรองในประเทศ​ว่า กรมธุรกิจพลังงานได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยสถานการณ์น้ำมันสำรองภายในประเทศวันที่ 20 มี.ค. อยู่ที่ 5,060 ล้านลิตร​ หรือคิดประมาณ 41 วัน และมีน้ำมันระหว่างทาง​รวมกับน้ำมันที่จะนำเข้า​ ซึ่งได้รับการยืนยันแล้วอยู่ที่ 7,396 ล้านลิตร​ หรือ​คิดเป็นประมาณ 63 วัน ทำให้ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองใช้ประมาณ 104 วัน

นายวุฒิทัต กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงรายวัน​ในนกลุ่มน้ำมันเบนซิน​ และดีเซลในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา​ อยู่ในระดับที่สูงกว่าปกติมาก​ ซึ่งข้อมูล​ ณ​ วันที่ 18 มี.ค. พบว่ายอดการจำหน่ายน้ำมันดีเซลเริ่มลดลง อยู่ที่ 54.79 ล้านลิตรต่อวัน และน้ำมันเบนซิน ลดลงอยู่ที่ 29.98 ล้านลิตรต่อวัน ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

นายวุฒิทัต กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ เมื่อวันที่ 19 มี.ค. นายอรรถพล​ ฤกษ์​พิบูลย์​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน​ ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมัน​ ที่อ.ลำลูกกา​ จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นจุดกระจายน้ำมัน​หลักสู่สถานีบริการกว่า 200 แห่งในพื้นที่ภาคกลาง เพื่อสร้างความมั่นใจด้านพลังงานให้กับประชาชน จากการตรวจสอบไม่พบการกักตุน และคลังยังคงเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง​ ตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน​ ซึ่งในปัจจุบัน ยังคงเร่งจ่ายน้ำมันสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ​ 20% เพื่อเร่งแก้ปัญหาคอขวด​ แต่ยอมรับว่า มีระยะเวลาการรอรับน้ำมันนานขึ้น ตามปริมาณความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น

นายวุฒิทัต กล่าวว่า ทั้งนี้ยังได้ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน ที่อ.ลำลูกกา​ จ.ปทุมธานี พบว่า​ ในสถานีบริการเปิดให้บริการตามปกติ​ แต่มีบางช่วงที่น้ำมันดีเซลขาดชั่วคราว​ เนื่องจากความต้องการเพิ่มขึ้น​ และการขนส่งไม่สามารถดำเนินการได้ทันตามรอบ​ ทั้งนี้รมว.พลังงาน ได้สั่งการให้กรมธุรกิจพลังงาน​ เร่งหาแนวทางแก้ไขโดยเฉพาะการตรวจสอบคลังน้ำมันแห่งอื่นๆ ​อย่างต่อเนื่อง​ เพื่อสร้างความมั่นใจว่า น้ำมันยังมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน​

นายวุฒิทัต กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจพลังงานได้ขอความร่วมมือสำนักงานพลังงานจังหวัด​ ทั้ง 76 จังหวัด​ ให้ดำเนินการประสาน​ผู้ว่าราชการจังหวัด​ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด​ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ​เข้าตรวจสอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง​ และสถานที่​ที่มีการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง​ ได้แก่สถานีบริการน้ำมัน​ ผู้ประกอบการ​รถขนส่ง

นายวุฒิทัต กล่าวว่า สำหรับมาตรการการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน ได้มีการผ่อนผันเวลาการเดินรถของรถบรรทุกน้ำมัน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้ออกข้อบังคับ ผ่อนผ่านการเดินรถของรถบรรทุกน้ำมัน ให้สามารถเดินรถได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมัน โดยขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่ง​ เพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในการขนส่ง เพื่อให้มีน้ำมันตามความต้องการของประชาชน​และภาคธุรกิจ โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร​ได้สั่งการให้สำนักเทศกิจ​ประสานกับตำรวจจราจร รวมถึงกระทรวงคมนาคม​ ทำหนังสือถึงกรมทางหลวง​ กรมทางหลวงชนบท​ และกรมการขนส่ง​ อำนวยความสะดวกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นายวุฒิทัต กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีกระทรวงพลังงานได้ยกร่างประกาศกระทรวงพลังงาน​ เรื่องการแสดงราคาและปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง​คงเหลือหน้าโรงกลั่นน้ำมันและหน้าคลังน้ำมัน​ พ.ศ 2569 เพื่อบังคับผู้ค้าน้ำมัน​ ตามมาตรา 7 ให้แสดงราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือไว้ที่หน้าโรงกลั่น และหน้าคลังน้ำมันทุกแห่ง​พร้อมให้รายงาน​ข้อมูลราคาจำหน่าย​ และปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานทุกวันภายในเวลา 12.00 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ ซึ่งจะมีการประกาศลงราชกิจจานุเบกษาภายในวันเดียวกันนี้

“กรมธุรกิจพลังงาน​ขอยืนยันว่า การจัดหาน้ำมันดิบจากต่างประเทศ ยังเป็นไปตามปกติ​ โดยกรมธุรกิจพลังงาน​ สำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ จะร่วมกับกระทรวงพาณิชย์​และกระทรวงมหาดไทย​ ตรวจสอบสถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง​ เพื่อให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมขอความร่วมมือช่วยการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ” นายวุฒิทัต กล่าว

เมื่อถามว่า เมื่อวันที่ 19 มี.ค.กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค​ ลงพื้นที่ตรวจตรวจบริษัทน้ำมัน ที่จ.อ่างทอง หลังจากที่ได้รับร้องเรียน พบมีการสต๊อก 3.3 แสนลิตรและขายเกินราคา นายวุฒิทัต​ กล่าวว่า​ บริษัทดังกล่าวชื่อว่า​ บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด​ จากการตรวจสอบมีการสต๊อกน้ำมันประมาณ 3.3 แสนลิตร แบ่งเป็นน้ำมันดีเซล 48,000 ลิตร​ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95​ จำนวน 210,000 ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91​ จำนวน​ 73,000 ลิตร​ รวมเป็น 3.3 แสนลิตร​

โดยจากการตรวจสอบเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 คือ ผู้ค้าน้ำมันรายย่อย มีการขนส่งหลายทอด​ ซึ่งจากการตรวจสอบ ไม่ได้มีการออกใบกำกับการขนส่งหลายเที่ยว ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่ได้มีการออกใบกำกับการขนส่ง ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 30 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543

ที่ต้องมีใบกำกับการขนส่งว่า รับมาจากที่ไหนวันไหนปริมาณเท่าใด และปลายทางไปส่งยังที่ใด รวมถึงต้องเก็บเอกสารไว้ไม่น้อยกว่า 60 วัน ซึ่งจะมีความผิดตามมาตรา 56 ในข้อมูลเชิงลึก ขอไปตรวจสอบความชัดเจนอีกครั้งหนึ่งก่อน แต่ในเบื้องต้นในด้านความปลอดภัย สถานที่เก็บน้ำมันแห่งนี้มีใบอนุญาต ตามพ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 หรือไม่

เมื่อถามว่า จะมีการขยายการตรวจสอบบริษัทอื่นอีกหรือไม่ รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน​ กล่าวว่า​ บริษัทดังกล่าวจะต้องดูว่าจะมีการขนส่งมาจากที่ใด ก็จะย้อนไปดูก่อนหน้านั้นด้วย

เมื่อถามถึง กรณีที่​ 4 ปั๊มน้ำมันจะภาคใต้ ออกมา​ ระบุว่าจะได้รับโควต้า น้ำมันอีกครั้งในวันที่​ 1 เม.ย. ได้เข้าไปติดตามแล้วหรือไม่​ รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน​ กล่าวว่า​ จากที่นายพิพัฒน์​ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ในฐานะผอ. ศบก. ออกมาระบุว่าไม่น่าจะเป็นไปได้นั้น ทางกรมธุรกิจพลังงานจะประสานกับพลังงานจังหวัดให้ลงไปดูในพื้นที่ต่อไป ถึงข้อเท็จจริง

เมื่อถามต่อว่า แสดงว่าตั้งแต่มีการนำเสนอข่าวออกมายังไม่ได้มีการตรวจสอบ หรือตรวจสอบแล้วไม่เจอ ใช่หรือไม่รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน​ ยืนยันว่า ได้แจ้งทางพลังงานจังหวัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

#น้ำมัน #พลังงาน #กรมธุรกิจพลังงาน #น้ำมันสำรอง #ดีเซล #เบนซิน #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าวด่วน #ราคาน้ำมัน #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline

ข่าวแนะนำ