ข่าวเศรษฐกิจ

“ตรีนุช” ปลื้มสตรีไทยติดอันดับโลกนั่งตำแหน่งบริหารสูงสุด ชูแนวคิด "Womenomics" ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยพลังสตรี

แชร์ข่าว

“ตรีนุช” ปลื้มสตรีไทยติดอันดับโลกนั่งตำแหน่งบริหารสูงสุด ชูแนวคิด "Womenomics" ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยพลังสตรี ในงานมอบรางวัล 33 ต้นแบบสตรีทำงานดีเด่นของกระทรวงแรงงาน

วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดงานและมอบรางวัลสตรีทำงานดีเด่น เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2569 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร โดยมี นางสาวบุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน เรือเอก สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรแรงงาน นายจ้าง ลูกจ้าง และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานกว่า 400 คน

นางสาวตรีนุช กล่าวว่า บทบาทของสตรีไทยในปัจจุบันได้รับการยอมรับและมีบทบาทสำคัญในทุกภาคส่วน ทั้งในฐานะผู้นำ ผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงานในภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ข้อมูลจากรายงานของ UN Women ระบุว่าประเทศไทยมีสัดส่วนของผู้บริหารระดับ CEO/MD ที่เป็นสตรีสูงถึง 24% และยังพบว่า มีสตรีไทยนั่งในตำแหน่ง CFO (Chief Financial Officer) สูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก คือ ประมาณ 43% โดยในภาพรวมระดับผู้บริหารระดับสูง (Senior Leadership) ผู้หญิงไทยครองตำแหน่งอยู่ที่ 32% สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของผู้หญิงในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่โดดเด่นอย่างมาก สอดคล้องกับโลกในปัจจุบันที่มีแนวคิดว่าผู้หญิงเป็นพลังสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ที่เรียกว่า womenomics

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีแรงงานรวมกว่า 39 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานสตรีถึง 18 ล้านคน หรือเกือบครึ่งหนึ่งของกำลังแรงงานทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าสตรีเป็นพลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ กระทรวงแรงงานจึงให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานสตรี โดยได้มีการปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองสิทธิแรงงานสตรี เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 มีการเพิ่มวันลาคลอดสูงสุดเป็น 120 วัน ให้สิทธิลาต่อเนื่องในกรณีบุตรมีภาวะเจ็บป่วยเพิ่มอีก 15 วัน และให้สามีหรือคู่สมรสสามารถลาช่วยภรรยาซึ่งคลอดบุตรได้ 15 วันและห้ามนายจ้างเลิกจ้างหรือโยกย้ายตำแหน่งในลักษณะที่เป็นการกดขี่เนื่องจากการตั้งครรภ์ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลที่ต้องการให้ความคุ้มครองและดูแลให้แรงงานสตรีมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามมาตรฐานสากล

นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า กระทรวงแรงงานมีนโยบาย “ย้ำโปร่งใส เน้นแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน ยกระดับสิทธิแรงงาน พัฒนาทักษะดิจิทัล” เพื่อให้แรงงานสตรีมีความมั่นคงในอาชีพ ได้รับความคุ้มครองอย่างเป็นธรรม มีรายได้ที่เหมาะสม และเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาทักษะและการจ้างงานอย่างเท่าเทียม และยังมุ่งเน้นส่งเสริมให้สตรีไทยได้ทำหน้าที่ในครอบครัวได้อย่างสมดุล โดยเฉพาะบทบาทความเป็นแม่ที่มีส่วนสำคัญในการดูแลและพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เติบโตเป็นพลัง

ในการสร้างสังคมที่มีคุณภาพต่อไป

“ดิฉันขอแสดงความยินดีกับสตรีทำงานดีเด่นทั้ง 33 ท่าน ที่ได้รับรางวัลเนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2569 ในปีนี้ ซึ่งถือเป็นเกียรติประวัติอันทรงคุณค่า สะท้อนถึงความมุ่งมั่น ทุ่มเท และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง จนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์และสร้างคุณประโยชน์ต่อแรงงาน เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจให้สตรีทั่วประเทศ ร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่การพัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน เรือเอก สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของแรงงานสตรี และร่วมส่งเสริมสิทธิประโยชน์ในการจ้างงานอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม เปิดโอกาสให้สตรีได้รับการยอมรับ มีความสุขในการทำงาน และมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเครือข่ายสตรีทำงานดีเด่นจะเป็นกลไกขยายผลแนวคิดความเสมอภาคสู่สถานประกอบกิจการทั่วประเทศให้เป็นพื้นที่ทำงานที่ปลอดภัย ปราศจากการเลือกปฏิบัติ และเอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพสตรี ภายในงานมีการจัดนิทรรศการประวัติและผลงานสตรีทำงานดีเด่น การจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ (เดิม) และผลงานสตรีแรงงานนอกระบบและผู้ประกอบอาชีพอิสระพร้อมบูธประชาสัมพันธ์หลักสูตรทักษะดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน รวมถึงบริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น และคัดกรองมะเร็งปากมดลูก–มะเร็งเต้านมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จากโรงพยาบาลในเครือสำนักงานประกันสังคม