ข่าวเศรษฐกิจ

การรถไฟฯ เตือนลักทรัพย์สินทางราชการ โทษจำคุกสูงสุด 5 ปี ขอความร่วมมือปชช.แจ้งเบาะแส โทร. 1690 ตลอด 24 ชม.

แชร์ข่าว

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นายเมธาพัฒน์ สุนทรวราภาส ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงกรณีได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ จังหวัดราชบุรี เกี่ยวกับปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างในโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม–หัวหิน โดยเฉพาะบริเวณสะพานเกือกม้าบ้านโพธิ์เกี้ยว อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ซึ่งอยู่ในเขตความรับผิดชอบของการรถไฟฯ ตลอดแนวเส้นทางตั้งแต่สถานีนครปฐมถึงสถานีหัวหิน ระยะทางประมาณ 169 กิโลเมตร โดยภายหลังรับทราบปัญหา เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าสาเหตุเกิดจากการลักลอบตัดสายไฟฟ้าบริเวณสะพานดังกล่าว ส่งผลให้ระบบไฟฟ้าส่องสว่างขัดข้อง อาจเกิดเหตุอันตรายกับประชาชนผู้สัญจร

การรถไฟฯ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากท่อ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.ปากท่อ ได้ลงพื้นที่สืบสวนและขยายผลเพิ่มเติมจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย ในข้อกล่าวหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ทราบชื่อคือ นายสุลักษณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี และนายยุทธนา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี พร้อมของกลางเป็นสายไฟฟ้าความยาวประมาณ 20 เมตร และอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุ โดยได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

นายเมธาพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การลักลอบตัดสายไฟและขโมยอุปกรณ์ของการรถไฟฯ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายฐานลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (10) ส่วนผู้รับซื้อทรัพย์สินของทางราชการ อาจเข้าข่ายความผิดฐานรับของโจร มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 10,000 ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357

อย่างไรก็ตามการรถไฟฯขอความร่วมมือจากประชาชนในการช่วยสอดส่องดูแลทรัพย์สินของทางราชการ พร้อมกันนี้ ได้ประสานความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ให้ตรวจดูแลตามจุดพื้นที่เสี่ยงต่อการลักขโมย เนื่องจากการลักขโมยทรัพย์สินไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อภาครัฐ แต่ยังอาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยและอุบัติเหตุต่อประชาชนผู้ใช้เส้นทาง หากพบเห็นการกระทำต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่ Call Center การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690 หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โทร. 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง