“ไชยชนก” ลุย หาดใหญ่ ติดตามโครงการนำร่อง Tomorrow.io ยกระดับพยากรณ์อากาศแม่นยำสูง พร้อมให้ ปชช.ร่วมทดสอบใช้งาน
วันที่ 11 ก.พ.69 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางสาวชมภารี ชมพูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี และนางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ร่วมประชุมหารือติดตามโครงการนำร่อง (Proof of concept-poc) เพื่อขยายผลระบบพยากรณ์อากาศแม่นยำสูง โดยใช้ระบบแพลตฟอร์มดาวเทียม Tomorrow.io เข้ามาเสริมประสิทธิภาพของระบบดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาโดยมี นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
นายไชยชนก กล่าวว่า จากการที่รัฐบาล ได้เห็นชอบโครงการนำร่อง ยกระดับระบบการพยากรณ์อากาศ และการเตือนภัยพิบัติ โดยใช้งานแพลตฟอร์มดาวเทียม Tomorrow.io ควบคู่กับระบบการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งได้มีการติดตามแผนการปฏิบัติการเป็นรายสัปดาห์ ตลอดระยะเวลา 3 เดือนของโครงการนำร่องตั้งแต่เดือน ธ.ค.68 - ก.พ.69 และตนได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินโครงการในสถานที่จริง พบว่ามีการบูรณาการข้อมูลร่วมกันของหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม และการหารือร่วมกันถึงความต้องการของเครือข่ายชุมชนท้องถิ่น
สำหรับระบบ Tomorrow.io มีดาวเทียม Deep Sky 11 ดวง (Microwave Sounder) และกำลังเพิ่มอีก 2 ดวง รวมเป็น 13 ดวง เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์อากาศ สามารถส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง พร้อมด้วยฟังก์ชันการระดับ Flood Index ให้เหมาะสมกับแต่ละท้องถิ่น ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้แจ้งเตือนภัยในพื้นที่ได้อย่างเฉพาะเจาะจงเป็นรายตำบล และยังสามารถคาดการณ์สภาพอากาศได้ล่วงหน้า 7 วัน ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าว จะเข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพการพยากรณ์อากาศและการเตือนภัยของระบบอุตุนิยมสู่ขั้นสูงสุด นำไปสู่การใช้งานในด้านต่างๆ เพิ่มขึ้น เพื่อให้เข้ากับบริบทของพื้นที่ที่แตกต่างกันของประเทศไทยต่อไป พร้อมกับการพัฒนาระบบให้แจ้งเตือนแบบ Real-time
ทั้งนี้จากการหารือร่วมกันในวันนี้ (10 ก.พ.69) พบว่า ความต้องการของผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นเครือข่ายท้องถิ่น (เทศบาลนครหาดใหญ่, เทศบาลพระตง, เทศบาลท่าหิน, อบจ.สงขลา และกรมชลประทาน) คือ ข้อมูลด้านการบริหารจัดการกับสภาพอากาศและการรับมือ ป้องกัน เยียวยาด้านภัยพิบัติ เช่น ข้อมูลปริมาณฝนรายชั่วโมง ความรุนแรงของฝน และระดับน้ำ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเชื่อมโยงกับการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน
นอกจากเป้าหมายสำคัญด้านการยกระดับการพยากรณ์สภาพอากาศและการแจ้งเตือนภัยพิบัติแล้ว หลายฝ่ายให้ความสนใจในการนำข้อมูลของระบบ Tomorrow.io ในด้านต่างๆ โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) มีเป้าหมายในการผลักดัน One Data Center เพื่อตอบโจทย์ประชาชนในการใช้ข้อมูลพยากรณ์อากาศ ซึ่งสามารถปรับรูปแบบให้มหาวิทยาลัยในทุกพื้นที่ นำไปส่งเสริมให้นักวิชาการ นักศึกษาและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาต่อยอด (Hackathon) เพื่อสร้างนวัตกรรมที่แก้ปัญหาได้จริงในระดับท้องถิ่น
ขณะเดียวกันในด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติ (Disaster Management) โครงการนำร่องดังกล่าว สามารถต่อยอดปรับใช้ระบบเพื่อเตือนภัยอื่นๆ ด้วย เช่น การเตือนภัยแผ่นดินไหว ฟ้าผ่า และฝุ่น PM2.5 การพยากรณ์ในทะเล ฯลฯ เพื่อเป็นข้อมูลให้ประชาชนสามารถตัดสินใจได้ พร้อมกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานในการรับมือภัยพิบัติ "ศูนย์อพยพให้ความช่วยเหลือถาวร" เพื่อใช้ในการรับมือภัยพิบัติเมื่อเกิดเหตุ หรือปรับเปลี่ยนการใช้งานอย่างอเนกประสงค์เหมือนอยู่ในช่วงเวลาปกติ
“โครงการนำร่องการใช้งานระบบ Tomorrow.io ปัจจุบันได้มีการทดลองใช้ในผู้ปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันตนเตรียมจะขยายระยะเวลาเพื่อให้เกิดการทดลองใช้งานในหน่วยงานอื่นๆ และการใช้งานของประชาชน พร้อมกับเชื่อมโยงข้อมูลการแจ้งเตือนภัยในแพลตฟอร์มที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ เช่น การแจ้งเตือนผ่านแพลตฟอร์ม Line รวมทั้งจะมีการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชน ได้ใช้งานข้อมูลดังกล่าวด้วย เช่น เว็บไซต์ hatyaicityclimate.org ซึ่งรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับการพยากรณ์อากาศการแจ้งเตือนภัยพิบัติในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยจะมีการขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆต่อไป” นายไชยชนก กล่าว








