วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยภายหลังการเลือกตั้งนั้น มีความจำเป็นในการดำเนินงาน 3 ด้านพร้อมกัน คือ การฟื้นตัวเศรษฐกิจระยะสั้น การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตในระยะยาว และการกระจายรายได้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของนโยบาย “10 Plus” ที่ตั้งใจดำเนินการ
ส่วนนโยบาย “คนละครึ่งพลัส” ยืนยันว่าจะสานต่อและได้เตรียมความพร้อมไว้เพื่อรอรัฐบาลใหม่ โดยจะเพิ่มเงื่อนไขการ “เพิ่มทักษะ” (Reskill/Upskill) ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งผลการทดลองในช่วงสั้นๆ ก่อนหน้านี้พบว่า ร้านค้าที่ผ่านการอบรมมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจาก 10,000 บาท เป็น 50,000 บาทต่อเดือน โดยเป้าหมายในเฟสที่สองจะยังคงเน้นกระจายรายได้สู่ร้านค้าขนาดย่อม ไม่ให้ร้านค้าขนาดใหญ่เข้าร่วม เพื่อให้เม็ดเงินกระจายไปสู่ต่างจังหวัด เหมือนที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว ทั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ลงทะเบียนรอบใหม่ สำหรับกลุ่มคนที่ตกหล่นในรอบที่แล้ว รวมถึงกลุ่มเดิมก็ยังได้รับสิทธิ โดยใช้งบประมาณปี 69 หรือ 70 ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการจัดตั้งรัฐบาล
นายเอกนิติ กล่าวว่า สำหรับการลงทุนภาครัฐที่ต้องรองบประมาณปี 2570 ซึ่งอาจมีความล่าช้า จากกระบวนการรับรองผลการเลือกตั้ง ได้เตรียมมาตรการรับมือไว้แล้ว โดยจะใช้กลไก “BOI Fast Pass” เข้ามาช่วยปลดล็อกงบลงทุนของภาคเอกชนที่รอการอนุมัติอยู่กว่า 480,000 ล้านบาท เพื่อให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ทันที ซึ่งจะช่วยทั้งการฟื้นตัวระยะสั้นและสร้างการเติบโตในระยะยาวไปพร้อมกัน
นอกจากนี้ ได้วางยุทธศาสตร์ใน 3 ภาคส่วนหลักเพื่อดึงดูดนักลงทุนและเพิ่มรายได้ประเทศ ได้แก่ 1.เกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) นำเทคโนโลยีมาใช้ลดต้นทุนและยกระดับสินค้าเกษตรให้เป็นระดับพรีเมียม เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมอาหารในตลาดโลก 2.อุตสาหกรรมสมัยใหม่ สานต่อการลงทุนในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ 3.ภาคบริการระดับพรีเมียม ยกระดับการท่องเที่ยวไปสู่กลุ่มที่มีมูลค่าสูง เช่น อุตสาหกรรม Wellness และการท่องเที่ยวสมัยใหม่
"คาดการณ์ว่า หากมีการจัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว งบประมาณจะเริ่มใช้ได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน หรือธันวาคม ในช่วงที่รอรัฐบาลใหม่ รัฐบาลชุดปัจจุบันยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการเดิมอย่างต่อเนื่อง เช่น SME Clinic Boost และการทำงานร่วมกับภาคเอกชน (กกร.) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน"
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจภายหลังทราบผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการโดยพรรคภูมิใจไทยเตรียมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและวางตัว นายเอกนิติ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อสานต่อภารกิจแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ โดยระบุว่ากระทรวงการคลังมีความพร้อมในการสนองนโยบายที่เคยติดขัดในช่วงรอยต่อทางการเมืองให้กลับมาเดินหน้าได้ทันที อาทิ นโยบาย “คนละครึ่งพลัส” ถือเป็นนโยบายที่มีความชัดเจนของพรรคภูมิใจไทยก็คาดว่าจะกลับมาดำเนินการต่อในเฟส 2 ตามที่พรรคได้ประกาศไว้ ซึ่งมองว่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยการดำเนินการก่อนหน้านี้ช่วงปลายปี 2568 สามารถกระตุ้น GDP ได้ถึง 0.3% อย่างไรก็ตาม รายละเอียดและรูปแบบการดำเนินงานที่ชัดเจนต้องรอการมอบนโยบายอย่างเป็นทางการอีกครั้ง








