วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
ทั้งนี้ ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 162,486 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 8,381 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 8,381 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 18 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 6 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 2 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 3 เรื่อง ได้แก่
อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ธปท. ประกาศเกณฑ์ใหม่คุมการซื้อขายทองคำออนไลน์ เริ่ม 1 มี.ค. 69
อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ไตจะเริ่มเสื่อมตั้งแต่อายุ 40 ปี และไม่มีสัญญาณเตือนให้รู้ล่วงหน้า
อันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ตม.ไทย ไม่ต้อนรับชาวกัมพูชาและยกเลิกใช้ฟรีวีซ่า เพื่อสกัดกั้นทหารรับจ้าง
อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง กระทรวงสาธารณสุข ให้ผู้สูงอายุฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดฟรี
อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง กกต. ขอความร่วมมือ ธปท. ตรวจธุรกรรมผิดปกติช่วงเลือกตั้ง สส.
อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ชาวกัมพูชายังคงเข้ามาซื้อสินค้าในตลาดช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ แม้จะมีการประกาศปิดด่าน
อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กกต. ไม่อนุมัติงบเยียวยาน้ำท่วมรอบสุดท้าย
สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “ธปท. ประกาศเกณฑ์ใหม่คุมการซื้อขายทองคำออนไลน์ เริ่ม 1 มี.ค. 69” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” ธปท. ได้กำหนดหลักเกณฑ์ใหม่เกี่ยวกับ “การซื้อขายทองคำในประเทศ” ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์นอกตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยจำกัดมูลค่าธุรกรรมที่ชำระเป็นเงินบาทไม่เกิน 50 ล้านบาท/วัน/ราย หากเกินกว่านี้ต้องยื่นขออนุญาตจาก ธปท.ล่วงหน้า
ทั้งนี้การซื้อขายทองคำทำได้เฉพาะกรณีที่ ผู้ขายมีทองคำจริงอยู่ในบัญชีและชำระเงินครบแล้ว ห้ามซื้อขายแทนผู้อื่น ห้ามทำธุรกรรมที่เข้าข่ายเลี่ยงกฎหมาย และต้องชำระเงินเต็มจำนวนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ซื้อหรือผู้ขายโดยตรง ไม่สามารถหักลบกำไรขาดทุนกันได้ ทองคำที่ขายต้องมีการส่งมอบจริง หรือบันทึกเข้าบัญชีทองคำของผู้ซื้อเท่านั้น ทั้งนี้ ผู้ที่มีทองคำในบัญชีเกิน 50 ล้านบาทก่อน 31 ม.ค. 2569 สามารถขายได้โดยไม่จำกัดวงเงิน โดยประกาศมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1 มีนาคม 2569
อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด
หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่
เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com
Line ID: @antifakenewscenter
Facebook : Anti-Fake News Center Thailand
X : @AFNCThailand
TikTok : @antifakenewscenter
IG : afnc_thailand/







