กระทรวงอุตสาหกรรม คิกออฟ “GMT SMEs” สร้างมาตรฐานการผลิตไทย ติดอาวุธ ผปก. ไทย รับมือกติกาการค้าโลกใหม่ ป้องกันการสวมสิทธิ์ทางการค้า
กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เปิดตัวโครงการ “การสร้างมาตรฐานรับรองการผลิตที่ดีสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (Good Manufacturing of Thailand for SMEs : GMT SMEs)” เดินหน้าบูรณาการความร่วมมือ 15 หน่วยงาน ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยภาคผลิต เร่งสร้าง “มาตรฐานส่งเสริม” ที่ไม่ใช่ “มาตรฐานควบคุม” เพื่อรองรับความหลากหลายของธุรกิจ เชื่อมโยงไปสู่ตลาดและโอกาสทางเศรษฐกิจ และรับมือกติกาการค้าโลกใหม่ โดยคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจโดยตรงประมาณ 40 ล้านบาทในปีแรก และขยายผลไปยัง SMEs ภาคการส่งออกในระยะกลาง อันจะช่วยยกระดับมูลค่าเพิ่มของภาคอุตสาหกรรมไทยได้อีกกว่าหลายพันล้านบาทต่อปี
นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมไทย กำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งแรงกดดันจากการแข่งขันในตลาดโลก มาตรการทางการค้าที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งได้เปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้านราคาไปสู่การแข่งขันด้านแหล่งกำเนิดสินค้า ความโปร่งใสของกระบวนการผลิต ความสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งผลิตจริง ผลิตที่ไหน และผลิตอย่างไร โดยที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการผลิตของประเทศ โดยมุ่งพัฒนาเครื่องมือและกลไกที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีคุณภาพ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมถึงตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้า การใช้ระบบติดตามย้อนกลับ และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนการกำกับดูแล ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างระบบการผลิตที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เร่งการปรับโครงสร้างและเสริมความแข็งแกร่งให้กับภาคการผลิต โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งเป็นฐานรากสำคัญของภาคการผลิตและการส่งออกของประเทศ แต่ที่ผ่านมา SMEs จำนวนมากยังขาดระบบมาตรฐานที่เหมาะสมกับบริบทของตนเอง ทำให้ไม่สามารถแสดงหลักฐานเชิงประจักษ์ต่อคู่ค้าในตลาดโลกได้อย่างเพียงพอ จึงได้มอบหมายให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เร่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการเพื่อรับมือกับปัญหาเร่งด่วนทั้งด้านต้นทุน สภาพคล่อง รวมถึงการผลักดันให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาระบบการผลิตอย่างเป็นขั้นเป็นตอนผ่านการสร้างมาตรฐานรับรองการผลิตที่ดีสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (Good Manufacturing of Thailand for SMEs : GMT SMEs) ซึ่งจะถูกออกแบบมาในฐานะ “มาตรฐานตั้งต้น” เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการยืนยันความน่าเชื่อถือของการผลิตในประเทศไทย ลดความเสี่ยงที่ SMEs ไทยจะถูกกีดกันทางการค้าโดยไม่รู้ตัว และสามารถต่อยอดสู่มาตรฐานสากลในอนาคต โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ลดการสูญเสีย เพิ่มโอกาสทางการตลาด และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจโดยตรงประมาณ 40 ล้านบาทในปีแรก และคาดว่าจะขยายผลไปยัง SMEs ภาคการส่งออกในระยะกลางซึ่งจะช่วยยกระดับมูลค่าเพิ่มของภาคอุตสาหกรรมไทยได้อีกกว่าหลายพันล้านบาทต่อปี
ด้านนางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในปี 2569 ดีพร้อมมีแนวทางการดำเนินงานภายใต้นโยบาย “DIPROM FLEXi - ปรับ ยกระดับ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง” โดยเฉพาะการยกระดับขีดความสามารถของธุรกิจในทุกมิติ ตั้งแต่การบริหารจัดการ การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต การดำเนินธุรกิจให้เป็นไปตามมาตรฐานและกติกาการค้าสากล ตลอดจนการส่งเสริมสินค้าและบริการที่ผลิตในประเทศควบคู่กับการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ โดย ดีพร้อม ได้บูรณาการความร่วมมือกับ 15 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรมการค้าต่างประเทศ กรมบัญชีกลาง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สถาบันอาหาร สถาบันรับรองมาตรฐาน ISO ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และสมาคมธนาคารไทย ในการเดินหน้า และผลักดัน “โครงการมาตรฐานการรับรองการผลิตที่ดีสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (Good Manufacturing of Thailand for SMEs : GMT SMEs)” โดยจะร่วมกันสร้างมาตรฐาน GMT SMEs ครอบคลุมตั้งแต่วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต กระบวนการผลิต มาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อเป็นกลไกในการยกระดับสินค้า Made by Thais อันจะสะท้อนถึงคุณภาพความโปร่งใส และคุณค่าที่เกิดขึ้นจากภาคการผลิตของคนไทยอย่างแท้จริง
สำหรับโครงการ GMT SMEs จะเป็น “มาตรฐานส่งเสริม” ไม่ใช่ “มาตรฐานควบคุม” เป็นมาตรฐานที่ยืดหยุ่น รองรับความหลากหลายของธุรกิจ และเชื่อมโยงไปสู่ตลาดและโอกาสทางเศรษฐกิจในอนาคต ขณะเดียวกัน ยังเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถมองเห็นภาพรวมของการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่วัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิต กระบวนการผลิต มาตรฐานของผลิตภัณฑ์ รวมถึงมิติด้านธรรมาภิบาล แรงงาน สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยจะคำนึงถึงบริบทและข้อจำกัดของเอสเอ็มอีไทยเป็นสำคัญ และมีกรอบการดำเนินงาน 3 ระยะ เพื่อ “สร้างมาตรฐานดี รับรองการผลิตที่ดี สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย” ได้แก่ ระยะที่หนึ่ง การจัดทำเกณฑ์มาตรฐานการผลิตที่ดีของเอสเอ็มอีไทย ด้วยการวางรากฐานของระบบมาตรฐานที่เหมาะสม ใช้งานได้จริง และไม่สร้างภาระเกินความจำเป็น
ระยะที่สอง การสร้างกลไกการขับเคลื่อนและการส่งเสริมให้เอสเอ็มไทย สามารถนำมาตรฐานไปปรับใช้ในการดำเนินงานจริงและรักษาคุณภาพการผลิตได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว และระยะที่สาม การต่อยอดและขยายผลเพื่อยกระดับการผลิตของเอสเอ็มอีไทยสู่มาตรฐานการผลิตที่เป็นเลิศและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ซึ่งในช่วงเริ่มต้นของโครงการนี้“ดีพร้อม” ได้ร่วมมือกับสถาบันรับรองมาตรฐาน ISO ในการมุ่งเน้นการดำเนินงานในระยะที่หนึ่ง โดยจะมีการศึกษา สำรวจ รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการผลิตที่ดีของเอสเอ็มอีไทย สำหรับนำไปจัดทำเกณฑ์มาตรฐานและเกณฑ์การรับรองที่มีความเหมาะสม และมีการนำร่องโครงการ GMT SMEs ในสถานประกอบการ จำนวน 20 กิจการ เพื่อทำการประเมินตรวจประเมิน ให้คำปรึกษาแนะนำ ปรับปรุง และรับรองมาตรฐาน GMT SMEs พร้อมทั้งประกาศเกียรติคุณแก่สถานประกอบการที่มีการผลิตที่ดีต่อไป นางสาวณัฏฐิญา กล่าวทิ้งท้าย








