ข่าวเศรษฐกิจ

"ดร.สามารถ" ชำแหละอุบัติเหตุซ้ำซาก ชี้ 5 รากปัญหาใหญ่ เขย่ามาตรฐานวิศวกรรมไทย

แชร์ข่าว

วันที่ 16 ม.ค.69 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ อดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ - Dr.Samart Ratchapolsitte ระบุว่า...

ปีแล้วปีเล่า...

วิศวกรรมไทยสะเทือนซ้ำซาก!

เริ่มต้นปี 2569 มาเพียง 2 สัปดาห์ ประเทศไทยต้องเผชิญอุบัติเหตุจากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่อีกครั้ง

เช้าวันที่ 14 มกราคม 2569 เกิดอุบัติเหตุจากการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ–นครราชสีมา มีผู้เสียชีวิต 32 ราย และบาดเจ็บหลายราย

เช้าวันถัดมา 15 มกราคม 2569 เกิดอุบัติเหตุจากการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ (M82) บนถนนพระราม 2 มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ทั้งที่โครงการนี้เคยเกิดอุบัติเหตุมาแล้วหลายครั้ง

หากย้อนกลับไปในปี 2568 ก็มีอุบัติเหตุร้ายแรงถึง 2 เหตุการณ์ใหญ่

28 มีนาคม 2568 อาคาร สตง.ถล่มจากแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวในเมียนมา มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

24 กันยายน 2568 ถนนยุบจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ย่านดุสิต ใจกลางเมืองหลวง จนถึงวันนี้ ผ่านมาเกือบ 4 เดือนเต็ม แต่สาเหตุที่แท้จริงของถนนยุบ ยังไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ

ที่ผ่านมา แทบทุกครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ มักมีผู้เกี่ยวข้องบางรายอ้างว่าเป็น “เหตุสุดวิสัย” ทั้งที่สังคมตั้งคำถามว่า แท้จริงแล้วเป็นเหตุสุดวิสัย หรือคือการละเลยที่สะสมมานาน

ปีนี้ แม้ยังไม่มีใครกล้าอ้างคำว่าเหตุสุดวิสัย แต่คำถามสำคัญคือ เราจะปล่อยให้เรื่องจบแบบเดิมอีกหรือไม่?

จากประสบการณ์และข้อเท็จจริงที่ปรากฏ อุบัติเหตุซ้ำซากในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ มักมีรากมาจากปัญหาสำคัญอย่างน้อย 5 ประการ

(1) ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน

ทั้งหน่วยงานรัฐในฐานะผู้ว่าจ้าง ผู้ออกแบบ ผู้ควบคุมงาน ผู้รับเหมา และวิศวกรผู้รับผิดชอบ หลายกรณีพบความหย่อนยานต่อมาตรฐานและข้อกำหนดทางเทคนิค เป็นผลให้คุณภาพงานไม่เป็นไปตามที่ควร

(2) การตรวจสอบที่ไม่เข้มงวด

การตรวจสอบความปลอดภัยระหว่างก่อสร้างมักไม่เข้มงวด ไม่เพียงพอที่จะป้องกันความเสี่ยงที่อาจคร่าชีวิตประชาชน

(3) คอร์รัปชันในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

ตั้งแต่การประมูลคัดเลือกผู้รับเหมา ไปจนถึงการจ้างช่วงต่อเป็นทอดๆ เมื่อกำไรถูกแบ่งเป็นชั้นๆ คุณภาพงานและความปลอดภัยจึงถูกลดทอน

(4) การอบรมและถ่ายทอดความรู้ไม่เพียงพอ

ผู้ปฏิบัติงานจำนวนไม่น้อยไม่ได้รับการฝึกอบรมด้านกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยอย่างจริงจัง

(5) การบังคับใช้กฎหมายที่ไร้ประสิทธิภาพ

บทลงโทษไม่จริงจัง การกำกับดูแลไม่ต่อเนื่อง ทำให้ผู้กระทำผิดไม่เกรงกลัวกฎหมาย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 นายกรัฐมนตรีเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุม และสั่งกระทรวงคมนาคมให้ยกเลิกสัญญากับผู้รับเหมาที่ก่อสร้างทั้งสองโครงการ ซึ่งเป็นผู้รับเหมารายเดียวกัน

คำถามคือ ทำไมเรื่องเหล่านี้ต้องรอให้ถึงมือนายกรัฐมนตรี? หากทุกปัญหาต้องให้ผู้นำประเทศลงมาจัดการเอง แล้วนายกรัฐมนตรีจะมีเวลาไปบริหารประเทศได้อย่างไร?

อีกคำถามที่สังคมไม่ควรมองข้ามคือ องค์กรวิชาชีพด้านวิศวกรรมจะมีบทบาทอย่างไร? เพื่อหยุดวงจรอุบัติเหตุซ้ำซาก ก่อนที่ “วิศวกรรมไทย” จะสูญเสียความน่าเชื่อถือไปมากกว่านี้

เพราะความผิดพลาดอาจเกิดได้ แต่การปล่อยให้เกิดขึ้นซ้ำซาก คือความล้มเหลวของทั้งระบบ

ปี 2569 ไม่ควรเป็นปีที่ “มาตรฐานวิศวกรรมไทย” ต้องสะเทือน อีกต่อไป

แชร์ข่าว