วันที่ 14 มกราคม 2569 เกิดเหตุเครนถล่มของโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟ บริเวณอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม แสดงความห่วงใย พร้อมสั่งการให้สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครราชสีมา ตรวจสอบข้อมูลเพื่อเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุดังกล่าวอย่างเร่งด่วนแล้ว
นางสาวกาญจนา พูลแก้ว กล่าวว่า จากการตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวเบื้องต้นพบว่า เครนยกซีเมนต์หล่นลงทับ 3 โบกี้ ของรถไฟเส้นทางกรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ ปัจจุบันพบผู้เสียชีวิต 29 ราย และผู้บาดเจ็บ 67 ราย โดยพบข้อมูลผู้ประสบเหตุเป็นลูกจ้างของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ปฏิบัติงานอยู่ในขณะเกิดเหตุ 10 ราย และมีผู้สูญหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบ 1 ราย
สำนักงานประกันสังคมอยู่ระหว่างการตรวจสอบสถานะผู้ประกันตนของผู้ได้รับผลกระทบอย่างละเอียด เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือตามสิทธิประโยชน์ทางกฎหมาย กรณีผู้ประสบภัยเป็นผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม ได้แก่ เงินบำเหน็จชราภาพ ซึ่งทายาทจะได้รับเงินสะสมทั้งหมดพร้อมผลประโยชน์ตอบแทน เงินค่าทำศพ 50,000 บาท และเงินสงเคราะห์กรณีตาย โดยผู้ที่ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไปแต่ไม่ถึง 120 เดือน จะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 2 เดือน และผู้ที่ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 6 เดือน ส่วนค่ารักษาพยาบาลจ่ายตามจริงตามอัตราตามประกาศคณะกรรมการการแพทย์
ในกรณีผู้ประกันตนที่เสียชีวิตจากการทำงาน จะได้รับสิทธิจากกองทุนเงินทดแทน เป็นค่าทำศพ 50,000 บาท ค่าทดแทนกรณีเสียชีวิตในอัตราร้อยละ 70 ของค่าจ้าง เป็นระยะเวลา 10 ปี รวมถึงเงินบำเหน็จชราภาพพร้อมดอกผล ส่วนผู้บาดเจ็บมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลจ่ายตามจริงตามความจำเป็นตามกฎกระทรวง ค่าทดแทนการหยุดงานร้อยละ 70 ของค่าจ้าง ในระหว่างที่พักรักษาตัวตามคำสั่งแพทย์ รวมถึงค่าทดแทนกรณีสูญเสียอวัยวะหรือหยุดงานในอัตราร้อยละ 70 ของค่าจ้าง และกรณีทุพพลภาพได้รับค่าทดแทนร้อยละ 70 ของค่าจ้างตลอดชีวิต
เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครราชสีมา เข้าเยี่ยมผู้ประสบเหตุที่โรงพยาบาลสีคิ้ว เพื่อประสานงาน ให้คำแนะนำ และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกันตนและครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดใกล้บ้าน หรือสายด่วนสำนักงานประกันสังคม 1506 กด 1








