สมาคมเทคโนโลยีคาร์บอนเป็นกลางแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าได้หวันในประเทศไทย ร่วมกัย RECCCESSARY จัดงานเสวนา Green Resilience: Global Decarbonization Competition and Strategic Deployment for Thailand's Supply Chain กลยุทธ์รับมือความท้าทายคาร์บอนของห่วงโซ่อุปทานไทย" ในเวทีโลก นักธุรกิจชาวไต้หวันในไทย เข้าร่วมรับฟังเป็นจำนวนมากวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมโซฟีเทล กรุงเทพ สุขุมวิท กรุงเทพมหานคร
ท่ามกลางการบังคับใช้มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (CBAM) อย่างเป็นทางการ และแนวโน้มที่แบรนด์ระดับโลกน่าข้อกำหนดด้านข้อมูลการปล่อยดาร์บอนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของของสัญญาจัดซื้อจัดจ่าง งานสัมมนาครั้งนี้จะมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการภาคการผลิตในประเทศไทย โดยเฉพาะบริษัทได้หวันที่ด่าเนินธุรกิจในไทย สามารถรับมือกับแรงกดดันด้านกฎระเบียบการส่งออก พร้อมรักษาความสามารถในการแข่งขันและโอกาสทางธุรกิจในตลาดโลก ภายในงานจะมีบริการล่ามแปลพร้อมระหว่างภาษาไทยและภาษาจีน เปิดให้เข้าร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายที่นั่งจำนวนจำกัด
หลังจาก CBAM เริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบในปี 2569 ต้นทุนคาร์บอนของสินค้า เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม และปูนซีเมนต์ ที่ส่งออกไปยังสหภาพยโรป ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของต้นทนการค้าโดยดรง ขณะเดียวกัน บริษัทและแบรนด์ชั้นน่าทั่วโลกไม่ไม่ได้มองเรื่องการลดคาร์บอนเป็นเพียงความรับผิดชอบต่อสังคมอีกต่อไป แต่ได้ยกระดับให้เป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญในการคัดเลือกและต่อสัญญากับซับชัพพลายเออร์ สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตส่าคัญของอุดสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนยานยนต์ระดับโลก การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้ผู้ผลิดในประเทศต้องเผชิญกับความทำทายทั้งด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานภายในองค์กร และข้อกำหนดด้านคาร์บอนจากตลาดต่างประเทศไปพร้อมกัน
งานสัมมนาครั้งนี้จะครอบคลุม 3 ประเด็นส่าคัญ ได้แก่ กลยุทธ์การปฏิบัติตามข้อกำหนดดำนคาร์บอบอนและการค้าโลก แนวทางและกรณีศึกษาการดำเนินงานที่สามารถนำไปใช่ใช่ได้จริง เวทีแลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจไทยและได้หวัน
ผู้จัดงานระบุว่าการออกแบบเนื้อหาของงานมุ่งเน้นการเชื่อมโยงความต้องการที่แท้จริงของแบรนด์ระดับโลกประสบการณ์การดำเนินงานในประเทศไทย และและแนวทางบริหารต้นทุนและการปฏิบัติดามข้อกำหนดดำนสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้บริหารและผู้มีอ่านาจตัดสินใจใจในห่วงโซ่อปทานไทย-ได้หวันสามารถแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างความร่วมมือได้โดยตรง วิทยากรภายในงานประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วน อาทิ โยว หน่ายฝู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความยั่งยืนและรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท Kinpo Electronics ผู้ถ่ายทอดมุมมองจากฝั่งแบรนด์ระดับโลกต่อการสร้างความยึดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานและข้อกำหนดด้านคาร์บอน ,เจมส์ มัวร์ กรรมการสมาคม RE100 ประเทศไทย วิเคราะห์ผลกระทบของ CBAM และมาตรการการคำสีเขียวต่อห่วงโซ่อุปทานการส่งออกของไทย โดยมีวิยากรหลากหลายธุรกิจ ทั้งในประเทศไทย มาบรรยายพิเศษให้ความรู้เรื่องดังกล่าวเพื่อแลกเปลี่ยนในการเตรียมรับมือ และการปรับตัว ,หู เซียงอวี่ นักวิเคราะห์จาก RECCESSARY นำเสนอแนวทางลดการปล่อยคาร์บอนของอุดสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ในประเทศไทย ,เฉิน เยี่ยนดำ ผู้ช่วยนักวิเคราะห์จาก RECCCESSARY น่าเสนอการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านต้นทุน CBAM และสถานการณ์ราคาคาร์บอนสำหรับภาคการส่งออก ,หวัง อี๋หนิง ที่ปรึกษาจาก E&C Group แนะนำแนวทางใช่โซลูชันจากธรรมชาติและคาร์บอนเครดิดเพื่อลดแรงกดดันด้าน Scope 3 และไล่ จวิ้นเหริน จากบริษัท GSS Information ร่วมเสวนาเกี่ยวกับความร่วมมือด้านความยั่งยืนระหว่างแบรนด์และภาคการผลิต
นอกจากนี้ ในช่วงจัดเสวนายังตรงกับงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2026 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิดิ์ กรุงเทพฯ เพื่อให้ ผู้เข้าร่วมงานรวมถึงผู้ที่สนใจสามารถวางแผนเยี่ยมชมงานแสดงเทคโนโลยีพลังงานและนวัดกรรมด้านความยั่งยืนควบคู่กันได้หลังจากนี้








