สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และการเสริมสร้างความร่วมมือกับนานาประเทศ เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นวาระสำคัญของโลกในปัจจุบัน
ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 รมว. สุชาติ พร้อมด้วย นายวิชชุ เวชชาชีวะ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ ได้หารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมแห่งประนาย ฮิโรทากะ อิชิฮาระ ภายใต้บันทึกความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม (Memorandum of Cooperation on Environmental Cooperation : MoC) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือสำคัญระหว่างสองประเทศในการส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรณีอย่างยั่งยืน
นายสุชาติ กล่าวว่า การหารือครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ในการรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม โดยฝ่ายไทยได้ผลักดันความร่วมมือในประเด็นสำคัญที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล อาทิ การบริหารจัดการแร่สำคัญ (Critical Minerals) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) การจัดการมลพิษสิ่งแวดล้อมและการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในลุ่มน้ำข้ามพรมแดน การฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมเหมืองแร่ รวมถึงการลดความเสี่ยงจากธรณีพิบัติภัยและการพัฒนาระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องมลพิษข้ามแดน
นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงความร่วมมือด้านอุทยานธรณี การใช้ประโยชน์แหล่งน้ำพุร้อนอย่างยั่งยืน การศึกษาวิจัยด้านไดโนเสาร์วิทยาและบรรพชีวินวิทยา ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่สามารถต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของประเทศ
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรของประเทศ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีกับญี่ปุ่นจะเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับศักยภาพของประเทศไทย และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว” นายสุชาติ กล่าว
ด้าน นายฮิโรทากะ อิชิฮาระ ไดกล่าวแสดงเสียใจและไว้อาลัย ในการสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ฯ สำหรับเรื่องการ
ส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี การแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของทั้งสองประเทศ ทางยินดีให้ความร่วมมือส่วนเรื่อง มลพิษข้ามแดน คงต้องมีการหารือในรายละเอียดต่อไป
นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่นในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรให้กับประเทศในอนาคต








