วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้คณะกรรมการ Logistics & Supply Chain และคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเข้าพบ เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน โดยเฉพาะการยกระดับการขนส่งทางน้ำ โดยมี นายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า และร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. เข้าร่วมการหารือ ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมคมนาคม กระทรวงคมนาคม
นายสรรเพชญ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากภาคเอกชน โดยเฉพาะหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ข้อเสนอที่ได้รับในวันนี้ทั้งเรื่องการส่งเสริมการขนส่งชายฝั่ง การแก้ไขความแออัดในท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) และการผลักดันระบบ Maritime Single Window ถือเป็นประเด็นเร่งด่วนที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ในการลดต้นทุนโลจิสติกส์และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ โดยกระทรวงฯ พร้อมที่จะเป็นตัวกลางในการประสานงานและเร่งรัดการดำเนินงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้นำเสนอประเด็นสำคัญในระยะเร่งด่วน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การส่งเสริมระบบขนส่งสินค้าโดยเรือชายฝั่ง (Coastal Transport) และการพิจารณาปรับลดอัตราค่าภาระท่าเทียบเรือชายฝั่ง A ทลฉ. เพื่อสร้างแรงจูงใจและลดต้นทุนโลจิสติกส์ในภาพรวมของประเทศ การบริหารจัดการปัญหาจราจรแออัดภายใน ทลฉ. เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร เพิ่มสภาพคล่องและประสิทธิภาพในการขนถ่ายสินค้า รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการสัมปทานของผู้ประกอบการ ทลฉ. เพื่อทบทวนแนวทางการขยายอายุสัมปทานจากเดิมรายปี เป็น 2 – 3 ปี หรืออย่างน้อย 5 ปี และการขับเคลื่อนกลไกคณะกรรมการด้านการส่งเสริมการขนส่งทางน้ำและพาณิชนาวีไทย เพื่อเร่งรัดการจัดประชุมคณะกรรมการส่งเสริมพาณิชยนาวี และแต่งตั้งคณะกรรมการท่าเรือแห่งประเทศไทย
นายสรรเพชญ กล่าวว่า การพัฒนาด้านโลจิสติกส์จะสำเร็จได้ ต้องอาศัยความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างภาครัฐและเอกชน พร้อมยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมจะไม่เพียงแต่รับฟัง แต่จะนำข้อสรุปจากการหารือในวันนี้ไปขับเคลื่อนให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็วที่สุด เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ของภูมิภาคอย่างแท้จริง
นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวเพิ่มเติม สำหรับข้อเสนอการขุดลอกคลองและบำรุงรักษาร่องน้ำเศรษฐกิจ ว่า กรมเจ้าท่า (จท.) ได้จัดสรรงบประมาณปี 2570 สำหรับขุดลอกร่องน้ำเพื่อบำรุงรักษาและเก็บตะกอนน้ำที่เหลือ ในร่องน้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจจำนวน 17 ร่องน้ำให้คงระดับความลึกตามเกณฑ์อย่างต่อเนื่อง
ด้าน ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานของ กทท. ว่า กทท. จะเร่งดำเนินการบริหารจัดการพื้นที่และระบบจราจรภายใน ทลฉ. อย่างเต็มที่ เพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้า เพิ่มสภาพคล่อง และยกระดับประสิทธิภาพการขนถ่ายสินค้าให้มีความคล่องตัวสูงสุด และจะนำข้อเสนอของภาคเอกชน ไปพิจารณาทบทวนแนวทางการขยายอายุสัมปทานให้กับผู้ประกอบการภายใน ทลฉ. ตามความเหมาะสมต่อไป








