วันที่ 16 มีนาคม 2569 นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยถึงกรณีการกู้เงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อรองรับสถานการณ์ราคาน้ำมันในปัจจุบัน ว่า ตามหลักการเบื้องต้นกองทุนน้ำมันฯ สามารถกู้เงินได้เองเพื่อใช้รองรับสถานการณ์ดังกล่าวได้ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท แต่หากเกินกว่านั้นจะต้องพิจารณาเป็นการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ของกองทุนน้ำมันฯ ซึ่งยืนยันว่าการกู้เงินทั้ง 2 ส่วนจะถูกนับเป็นหนี้สาธารณะทั้งสิ้น เนื่องจากกองทุนน้ำมันฯ ถือเป็นหน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐ
ทั้งนี้ เบื้องต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมสรรพสามิต สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และ สบน. ได้มีการหารือเพื่อดูแนวทางในการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการรองรับสถานการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ราคาน้ำมันไว้ทั้งหมดแล้ว ส่วนความชัดเจนเป็นหน้าที่ของฝ่ายนโยบายจะพิจารณา
โดยปัจจุบันสัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ราว 66% ของจีดีพี จากเพดานหนี้ที่ 70% ของจีดีพี ทำให้ตรงนี้ยังมีช่องว่างที่สามารถดำเนินการใด ๆ ได้อีกราว 4% จึงยังไม่น่าเป็นกังวลมากนัก ส่วนความเหมาะสมและแนวทางการดำเนินการทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบายเป็นหลัก
“เบื้องต้นกองทุนน้ำมันฯ สามารถกู้เงินเองได้ก่อน 2 หมื่นล้านบาท แต่ถ้าเกินกว่านั้นก็อาจจะต้องออกเป็นกฎหมายกู้เงิน ซึ่งรัฐบาลจะต้องพิจารณาในส่วนนี้ และอดีตสถานะของกองทุนน้ำมันฯ เคยติดลบถึงแสนกว่าล้านบาท จึงค่อยมีการออกเป็นกฎหมายกู้เงิน โดยหากกองทุนน้ำมันฯ ติดลบไปเรื่อย ๆ จำนวนมากขึ้น ก็อาจจะต้องกู้เยอะ แต่หลายฝ่ายก็หวังให้สถานการณ์คลี่คลายดีขึ้น” นางจินดารัตน์ กล่าว
อย่างไรก็ดี ผอ. สบน. ยอมรับว่า หลังจากนี้จะต้องมีการทบทวนเรื่องแผนการคลังระยะปานกลาง (Medium-Term Fiscal Framework : MTFF) และงบประมาณรายจ่ายปี 2570 ใหม่ด้วย เนื่องจากเป็นรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งเป็นตามหลักการอยู่แล้ว โดยขณะนี้มีไทม์ไลน์หมดแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการเรียกประชุมอย่างชัดเจน โดยในข้อเท็จจริงหากสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัวตัว ก็จะมีผลให้หนี้สาธารณะปรับตัวสูงขึ้นด้วย
ขณะที่เรื่องการปรับลดการขาดดุลการคลังสู่ระดับมาตรฐานที่ไม่เกิน 3% นั้น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ได้สั่งการชัดเจนว่าควรมีเกณฑ์ว่าตัวเลขดังกล่าวไม่ควรเกิน 3% หรือหากเกินก็จะต้องเร่งปรับลดในส่วนนี้ให้เข้าสู่ระดับมาตรฐานภายในระยะเวลาที่กำหนด เพราะเรื่องนี้เป็นสิ่งที่บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือให้ความสำคัญ








