กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ขานรับนโยบายด้านการประหยัดพลังงานของรัฐบาล กำหนด 7 มาตรการ รองรับผลกระทบสถานการณ์พลังงานโลก พร้อมกำชับหน่วยบริการต้องให้บริการตามปกติบนพื้นฐานของการประหยัดพลังงาน แนะ!! ภาคธุรกิจและประชาชนใช้บริการผ่านระบบออนไลน์ที่ปัจจุบันสามารถใช้บริการได้ครบทุกบริการ 100% แล้ว
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลในอิหร่านได้ส่งผลกระทบด้านพลังงานกับทุกประเทศทั่วโลก และหากสงครามยืดเยื้อก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อสถานการณ์พลังงานที่มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ รัฐบาลได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ให้หน่วยงานภาครัฐร่วมลดการใช้พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรของภาครัฐตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งต้องไม่กระทบต่อการทำหน้าที่ตามพันธกิจและการอำนวยความสะดวกในการให้บริการต่อประชาชน
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ขานรับนโยบายรัฐบาล โดยได้กำหนด 7 มาตรการหลัก เพื่อรองรับผลกระทบสถานการณ์พลังงานโลก และเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีฯ ข้างต้น ดังนี้
1) ตั้งอุณหภูมิในห้องปฏิบัติราชการให้มีความเหมาะสม ประมาณ 26-27 องศาเซลเซียส และกำหนดระยะเวลาการเปิดปิดเครื่องปรับอากาศ โดยเปิดเครื่องปรับอากาศ 2 ช่วงเวลา ตั้งแต่ 08.30 - 11.30 น. และ 13.00 - 16.00 น. และปิดเครื่องปรับอากาศทันทีเมื่อไม่มีผู้อยู่ที่ห้องปฏิบัติราชการ สำหรับหน่วยบริการประชาชนให้กำหนดตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงการอำนวยความสะดวกภาคธุรกิจและประชาชนเป็นหลัก
2) ประชุมผ่านระบบ Online Meeting เพื่อลดการเดินทาง
3) การแต่งกาย สุภาพบุรุษ : เน้นการใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้น งดผูกเน็คไทและงดสวมเสื้อสูท สุภาพสตรี : สวมใส่ชุดที่สบาย ระบายความร้อนได้ดี แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความสุภาพ และเคารพต่อสถานที่ (ยกเว้นงานพิธีการ)
4) ปิดไฟ ถอดปลั๊ก และปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์เมื่อไม่ได้ใช้งาน รวมทั้ง ตั้งโหมดพักหน้าจอเพื่อประหยัดพลังงาน
5) ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง โดยหากต้องมีการประชุมนอกสถานที่ ให้ใช้และโดยสารรถร่วมกันในการเดินทาง เข้าร่วมประชุมตามสถานที่ต่างๆ
6) ใช้บันไดเพื่อขึ้น-ลง ซึ่งเป็นการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่ง และลดการใช้ไฟฟ้าจากลิฟต์โดยสาร
7) ใช้มาตรการปฏิบัติราชการจากสถานที่พัก (Work From Home)
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเสริมเพื่อประหยัดพลังงานเพิ่มมากขึ้น เช่น สำรวจสภาพรถราชการทุกประเภทมิให้มีมลพิษทางอากาศและระดับเสียงจากท่อไอเสียที่เกินจากระดับมาตรฐานที่กรมควบคุมมลพิษกำหนด ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงได้อีกทางหนึ่ง และกำชับให้ใช้ทรัพยากรของทางราชการและของส่วนรวมด้วยความประหยัด และคุ้มค่ามากที่สุด
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะสนับสนุนการทำงานแบบ Work From Home แต่ส่วนที่ให้บริการภาคธุรกิจและประชาชน ยังคงดำเนินการให้บริการตามปกติ โดยได้กำชับให้ผู้ให้บริการทุกคนให้บริการบนพื้นฐานของการประหยัดพลังงาน และให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้บริการพิจารณาใช้บริการกรมฯ ผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งมีความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา และช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการใช้พลังงานได้เป็นอย่างดี ซึ่งขณะนี้ กรมฯ ได้เปิดให้บริการภารกิจด้านต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์ครบ 100% แล้ว
ทั้งนี้ หากมาตรการฯ ดังกล่าว ประสบผลสำเร็จ จะช่วยให้กรมฯ สามารถประหยัดงบประมาณได้ประมาณร้อยละ 5 ของงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาล ซึ่งจะก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ด้านการบริหารจัดการองค์กร และการจัดการด้านพลังงาน รวมทั้ง เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของประเทศและของโลกให้ดำรงอยู่ตลอดไป







