พลังงาน ความยั่งยืน

“เอกนิติ” กางแผนปั้นเศรษฐกิจใหม่ ดันไทยฮับ “EV-Wellness-พลังงานสะอาด” ชู “ผู้สูงวัยพลัส” หักภาษี 2 เท่า

แชร์ข่าว

“ภูมิใจไทย” เปิดยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสุดล้ำ! "เอกนิติ" ขุนคลัง โชว์วิสัยทัศน์ดึงเม็ดเงินลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า Smart Electronic และไฟฟ้าสีเขียว พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุผ่านกลไกภาษี มุ่งสร้างรายได้หมุนเวียนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

วันที่ 15 ม.ค.2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจไทยในยุคใหม่ โดยมุ่งเน้นการปรับตัวให้ทันโลกอุตสาหกรรมสีเขียวและเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาวให้กับประเทศ 1. ปั้นไทยเป็นฮับ EV และ Smart Electronic ระดับโลก เพราะโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เต็มตัว ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งจากประสบการณ์ที่เคยกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และกรมสรรพสามิต จึงเล็งเห็นโอกาสในการใช้ สิทธิประโยชน์ทางภาษี เป็นแรงจูงใจดึงผู้ผลิตระดับโลกมาตั้งฐานการผลิตในไทย โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ที่เข้ามาลงทุนต้องผลิตชิ้นส่วนหลักในไทย เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า และเกียร์อัตโนมัติ และต้องถ่ายทอดเทคโนโลยี ต้องมีการสอนงาน (Training) และดึงธุรกิจไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เพื่อยกระดับทักษะคนไทย นอกจากนี้ต้องหนุนคนไทยใช้ EV มีโครงการส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนจากรถเครื่องยนต์สันดาปเป็นรถไฟฟ้าในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมระบบผ่อนชำระที่เอื้อต่อค่าครองชีพ

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า 2. รุกพลังงานสะอาด "ไฟฟ้าสีเขียว" ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุนที่เน้นความยั่งยืน พรรคภูมิใจไทยเสนอแนวคิด Floating Solar หรือเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำในอ่างเก็บน้ำที่มีอยู่จำนวนมากทั่วประเทศ เพื่อป้อนไฟฟ้าสะอาดเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม พร้อมสนับสนุน "โซลาร์ชุมชน" ให้ชาวบ้านผลิตและขายไฟคืนสร้างรายได้โดยตรง 3. ยกระดับท่องเที่ยวด้วย Wellness & Longevity เปลี่ยนผ่านการท่องเที่ยวจาก "เน้นปริมาณ" สู่ "เน้นคุณค่า" โดยชูจุดเด่นด้านสุขภาพ (Wellness) และเทรนด์การมีอายุยืนยาว (Longevity)

"เราจะผลักดันให้ธุรกิจ Wellness เข้าไปอยู่ในชุมชน เพื่อให้รายได้กระจายสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง ไม่กระจุกตัวอยู่แค่เพียงรายใหญ่" นายเอกนิติกล่าว

รมว.คลัง กล่าวอีกว่า 4. นโยบาย "ผู้สูงวัยพลัส" เปลี่ยนประสบการณ์เป็นมูลค่า สำหรับสังคมสูงวัยจะมีแนวทางเพิ่มโอกาสการจ้างงาน โดยให้บริษัทที่จ้างผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) สามารถนำค่าใช้จ่ายมา หักภาษีลดหย่อนได้ถึง 2 เท่า โดยโครงการอัปเกรดทักษะให้ผู้สูงวัยมีอาชีพและรายได้หลังเกษียณ และดูแลทั่วไทย สนับสนุนนโยบาย หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งพยาบาลอาสา และจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุให้ครบทุกจังหวัด เพื่อสวัสดิการที่ครอบคลุม