สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD เดินหน้าสร้างโอกาสให้เยาวชนไทยที่มีความฝันด้านดนตรี ผ่านโครงการ Talent Everywhere ระยะที่ 2 ภายใต้แนวคิด “Into the Music Universe and Beyond” หลังเปิดพื้นที่ให้เยาวชนจากทั่วประเทศกว่า 2,000 คนสมัครเข้าร่วมโครงการ ก่อนผ่านกระบวนการคัดเลือกและบ่มเพาะอย่างเข้มข้น จนเหลือ 11 วงดนตรีที่จะก้าวขึ้นเวทีจริงในงาน Talent Fest: Into the Music Universe and Beyond วันที่ 29 สิงหาคม 2569 ณ 1981 Soul&Sold เพื่อเป็นเวที Pre-Debut และจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่เส้นทางศิลปินอาชีพอย่างเป็นรูปธรรม
โครงการ Talent Everywhere เกิดขึ้นจากความตั้งใจของ OKMD ที่ต้องการสร้างพื้นที่ให้เยาวชนได้ค้นพบและพัฒนาศักยภาพด้านดนตรีอย่างเป็นระบบ โดยไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะทักษะการเล่นดนตรีหรือการแสดงเท่านั้น แต่ครอบคลุมตั้งแต่การค้นหาตัวตน การสร้างผลงาน ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น ไปจนถึงการเรียนรู้ภาพรวมของเส้นทางการเป็นศิลปินในอุตสาหกรรมดนตรี
สำหรับ Talent Everywhere ระยะที่ 2 ดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องระหว่างเดือนเมษายน–กรกฎาคม 2569 ผ่านกิจกรรม Talent Everywhere – Music Boost Camp ซึ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ทดลองทำงานจริง ค้นหาแนวทางของตัวเอง และเรียนรู้จากศิลปิน โปรดิวเซอร์ และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมดนตรี โดยมีผู้เชี่ยวชาญและศิลปินร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ ได้แก่ “นิค” วิเชียร ฤกษ์ไพศาล, “โอ๋” เจษฎา สุขทรามร, “เอ๊ะ” พงศ์จักร พิษฐานพร, “ฟลุ๊ค” พลกฤต ศรีสมุทร และ “ภูมิ” ภูมิศาสตร์ รุจีรไพบูลย์
ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ OKMD กล่าวว่า เยาวชนไทยมีความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ไม่แพ้ใคร แต่สิ่งที่เยาวชนจำนวนหนึ่งยังขาดคือพื้นที่สำหรับทดลองทำงานจริง การเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญ และโอกาสที่จะมองเห็นเส้นทางอาชีพอย่างเป็นรูปธรรม
OKMD จึงนำแนวคิด Camp Based Learning หรือการเรียนรู้นอกห้องเรียนมาใช้เป็นหัวใจสำคัญของโครงการ เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ลงมือปฏิบัติจริงในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับการทำงานในอุตสาหกรรม แทนการเรียนรู้จากทฤษฎีเพียงอย่างเดียว
“โครงการที่เดินทางมาถึงจุดนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสอนทักษะ แต่ต้องการสร้างฐานปล่อยยานที่ทำให้เยาวชนได้ค้นพบตัวตน ได้ประกอบสร้างผลงาน และได้เรียนรู้ว่าการเดินทางสู่จักรวาลดนตรีในฐานะศิลปินอาชีพต้องทำงานร่วมกับคนอื่นอย่างไร” ดร.ทวารัฐ กล่าว
จากผู้สมัครกว่า 2,000 คน สู่ 11 วงบนเวทีจริงในปีที่ 2 โครงการ Talent Everywhere ได้รับความสนใจจากเยาวชนเพิ่มขึ้นอย่างกว้างขวาง มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการมากกว่า 2,000 คน ก่อนผ่านกระบวนการคัดเลือกและ Audition เหลือประมาณ 500 คน เข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะ และคัดเลือกต่อเป็น 100 วงดนตรี ก่อนพัฒนาอย่างเข้มข้นจนเหลือ 11 วงที่พร้อมเข้าสู่กระบวนการ Pre-Debut
11 วงดนตรีที่ผ่านการคัดเลือก ได้แก่ Backyard, Zizters, Sleeplezzz, Zinith, Magazine No.19, Do Zero, Red Ribbon, The Make Shape, The Blue Pillow, Soulgoof และ Follow Me
เยาวชนทั้ง 11 วงได้เข้าสู่กระบวนการเก็บตัวและพัฒนาผลงานในฐานะศิลปินจริง ภายใต้แนวคิด “คิด–สร้าง–ทำ–โชว์” ซึ่งมุ่งยกระดับการเรียนรู้จากทักษะรายบุคคลไปสู่การทำงานร่วมกันเป็นวง และให้แต่ละวงสามารถค้นพบ “ตัวตน” ของตนเอง ทั้งแนวดนตรี สไตล์ วิธีคิด และเรื่องราวที่ต้องการสื่อสารกับผู้ฟัง
กระบวนการบ่มเพาะไม่ได้กำหนดให้ทุกวงต้องมีรูปแบบเดียวกัน แต่ให้ความสำคัญกับความฝันและ Passion ของเยาวชนควบคู่ไปกับทักษะทางดนตรี เพื่อให้แต่ละวงสามารถพัฒนาตนเองในทิศทางที่เหมาะสมกับตัวตนของตัวเอง
“เอ๊ะ” พงศ์จักร พิษฐานพร หนึ่งในCamp Director กล่าวว่า การพัฒนาศิลปินในปัจจุบันจำเป็นต้องมองมากกว่าความสามารถด้านดนตรี เนื่องจากผู้ฟังแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกัน การสร้างศิลปินจึงต้องค้นหาความเป็นตัวตนที่ชัดเจน ทั้งแนวเพลง สไตล์ วิธีคิด และสิ่งที่ต้องการสื่อสาร พร้อมกับการพัฒนา Mindset เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนเข้าสู่อุตสาหกรรมในสิ่งที่พวกเขาเป็น โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวตนของศิลปิน
ศิลปินยุคใหม่ไม่ได้มีแค่เสียงเพลง
อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของโครงการคือการทำให้เยาวชนเข้าใจว่าเส้นทางศิลปินในปัจจุบันต้องอาศัยองค์ประกอบหลายด้าน ทั้งความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ ตัวตน และวินัย
เยาวชนได้เรียนรู้ตั้งแต่การแต่งเพลง การสร้างผลงาน การวาง Roadmap ชีวิต การสื่อสารผ่าน Social Media ตลอดจนการทำงานร่วมกับทีมงานมืออาชีพ ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่มีความสำคัญต่อการประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมดนตรี
นอกจากนี้ โครงการยังเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริงและบุคลากรที่ทำงานอยู่ในวงการโดยตรง เพื่อให้เห็นภาพอุตสาหกรรมดนตรีในมุมที่กว้างขึ้น และสามารถนำประสบการณ์ไปต่อยอดหลังจบโครงการ
OKMD มองว่า ในยุคปัจจุบันศิลปินมีช่องทางสร้างผลงานและสื่อสารกับผู้ฟังได้ด้วยตนเองมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องรอการสนับสนุนจากค่ายเพลงเพียงช่องทางเดียว ขณะเดียวกันการสร้างโอกาสให้เยาวชนได้พบกับผู้ประกอบการและบุคลากรในอุตสาหกรรมก็เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขาเห็นเส้นทางการทำงานจริง
ด้วยเหตุนี้ OKMD จึงเปิดโอกาสให้ผู้แทนฝ่าย A&R จากค่ายเพลงต่าง ๆ เข้าร่วมชมผลงานของเยาวชนในงาน Talent Fest เพื่อเพิ่มโอกาสในการต่อยอดสู่เส้นทางอุตสาหกรรมดนตรีจริง โดยเป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการทำให้เยาวชนประสบความสำเร็จบนเวที แต่คือการทำให้พวกเขาสามารถเดินหน้าต่อบนเส้นทางที่เลือกได้ด้วยตนเอง Talent Fest เปิด 3 เวที ดันศิลปินหน้าใหม่กว่า 40 วง
สำหรับงาน Talent Fest: Into the Music Universe and Beyond จะจัดขึ้นในวันที่ 29 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00–22.00 น. ณ 1981 Soul&Sold โดยออกแบบบรรยากาศภายใต้แนวคิด “ฐานปล่อยยาน” ทั้งในด้านภาพลักษณ์ แสง สี เสียง และลำดับการแสดง เพื่อสร้างประสบการณ์ให้ผู้ชมเสมือนร่วมเดินทางส่งเยาวชนเข้าสู่อุตสาหกรรมดนตรีไปพร้อมกัน
ภายในงานแบ่งออกเป็น 3 เวที ได้แก่ Rocket Stage เวทีหลักสำหรับการแสดง Pre-Debut ของ 11 วงที่ผ่านการคัดเลือก ขณะที่ UFO Stage และ Satellite Stage เปิดพื้นที่ให้วงดนตรีจากโครงการ Talent Everywhere อีก 30 วงร่วมแสดงผลงาน ส่งผลให้งานครั้งนี้เป็นพื้นที่สำคัญสำหรับศิลปินเยาวชนหน้าใหม่กว่า 40 วง ในการแสดงศักยภาพต่อหน้าผู้ชมและบุคลากรในอุตสาหกรรม
สำหรับ 11 วงที่ขึ้นแสดงบน Rocket Stage ทุกเพลงล้วนเป็น ผลงานต้นฉบับ ที่เยาวชนพัฒนาร่วมกับทีมงานตลอดช่วงการเข้าค่าย ตั้งแต่การแต่งเนื้อร้อง ทำนอง ไปจนถึงการบันทึกเสียงเป็น Pre-Master Song ของตนเอง ถือเป็นอีกก้าวสำคัญจากการเป็นผู้เข้าร่วมโครงการสู่การเป็นศิลปินที่มีผลงานของตัวเองอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากเวทีการแสดงแล้ว Talent Fest ยังประกอบด้วยพื้นที่ที่เชื่อมโยงการเรียนรู้ ผลงาน และเครือข่ายเข้าด้วยกัน ได้แก่ Talent Comet Market Zone พื้นที่ตลาดและนิทรรศการผลงานเยาวชน, OKMD Zone หรือ Space Station พื้นที่เรียนรู้เส้นทางสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และ Mercury Mingle Zone พื้นที่พบปะและสร้างเครือข่ายระหว่างศิลปิน ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ประกอบการ
ไฮไลต์สำคัญของงานยังรวมถึงการแสดงจากศิลปินแนวหน้า PARADOX และ TILLY BIRDS ที่จะมาร่วมสร้างสีสันและส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับศิลปินรุ่นใหม่ พร้อมกิจกรรมจากศิลปินและโปรดิวเซอร์มืออาชีพ ทำให้ Talent Fest ไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลดนตรีหรือคอนเสิร์ต แต่เป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ การแสดงออก และการสร้างโอกาสให้เยาวชนได้เชื่อมต่อกับอุตสาหกรรมดนตรี
“นิค” วิเชียร ฤกษ์ไพศาล หนึ่งในCamp Director กล่าวว่า ศิลปินในปัจจุบันจำเป็นต้องมีมากกว่าทักษะด้านดนตรี ทั้งการรู้จักตัวเอง การสื่อสารความคิด การทำงานร่วมกับทีม และความเข้าใจกระบวนการสร้างผลงานหนึ่งชิ้น โครงการจึงออกแบบให้เยาวชนได้พบกับโจทย์จริง ข้อจำกัดจริง และการทำงานกับมืออาชีพ ก่อนที่จะออกเดินทางเข้าสู่อุตสาหกรรมดนตรีด้วยตัวเอง
การจัด Talent Fest ครั้งนี้จึงสะท้อนแนวคิด Camp Based Learning ที่ OKMD ให้ความสำคัญ เพราะการเรียนรู้ผ่านแคมป์เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากผู้รู้และจากเพื่อน ได้ทดลองทำจริง และได้แสดงศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ โดยมีความรัก ความฝัน และพลังในการพัฒนาตนเองเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
OKMD ขอเชิญชวนเยาวชน ผู้ปกครอง คนรักดนตรี และผู้สนใจอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ร่วมชมงาน Talent Fest: Into the Music Universe and Beyond ในวันที่ 29 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00–22.00 น. ณ 1981 Soul&Sold เพื่อร่วมสัมผัสพลัง ความตั้งใจ และผลงานของว่าที่ศิลปินไทย พร้อมเปิดมุมมองใหม่ต่อเส้นทางอาชีพในอุตสาหกรรมดนตรี และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อโอกาสให้เยาวชนไทยได้ก้าวจาก “ฐานปล่อยยาน” ไปสู่ “จักรวาลดนตรี” อย่างเต็มศักยภาพ








