บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีการเข้าติดตามและตรวจสอบพื้นที่ศูนย์บริหารและจัดการกากอุตสาหกรรม จังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 หลังจากมีรายงานว่าคณะบุคคลและหน่วยงานบางส่วนไม่สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่หลุมฝังกลบขยะในวันดังกล่าวได้
ทางบริษัท BWG ระบุว่า การปฏิบัติงานในวันดังกล่าวเป็นการประสานงานล่วงหน้าทางวาจาเฉพาะกับหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลโดยตรง ได้แก่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี และกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามขั้นตอนราชการ ซึ่งบริษัทพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่
สำหรับกรณีคณะบุคคล หน่วยงานอื่น รวมถึงกรรมาธิการบางส่วนที่เดินทางมาในพื้นที่ บริษัทชี้แจงว่า ไม่ได้รับการประสานงานหรือมีหนังสือแจ้งล่วงหน้าตามระเบียบขั้นตอนของทางราชการ อีกทั้งกลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการกำกับดูแลโรงงานโดยตรง บริษัทจึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการควบคุมความปลอดภัยและระเบียบปฏิบัติภายในพื้นที่ โดยสงวนสิทธิ์ไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหรือเข้าตรวจสอบ
นอกจากนี้ แถลงการณ์ของ BWG ได้ระบุถึงข้อสังเกตเรื่องความเป็นกลางและความเสี่ยงต่อผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) โดยอ้างถึงภูมิหลังทางธุรกิจของบุคคลในคณะกรรมาธิการบางราย พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล และระมัดระวังการใช้อำนาจหน้าที่ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมระบบการจัดการกากอุตสาหกรรมและการแข่งขันทางธุรกิจ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังเพจพรรคประชาชน สระบุรี ได้ระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 มีข้อตกลงร่วมกันในการลงพื้นที่ตรวจสอบหลุมฝังกลบขยะทั้ง 2 แห่งในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 แต่เมื่อถึงกำหนดเวลาไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้ จึงเตรียมรวบรวมข้อมูลเพื่อส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป
ในประเด็นข้อสังเกตเกี่ยวกับคุณสมบัติและความเป็นกลาง ดร.พูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้มีบทบาทเคลื่อนไหวตรวจสอบผู้ประกอบการจัดการของเสียในพื้นที่ ได้ชี้แจงผ่านสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อมูลบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. โดยระบุว่า คู่สมรสของตนดำรงตำแหน่งเป็นวิศวกรสิ่งแวดล้อมอาวุโสในบริษัทเอกชนด้านการจัดการของเสียจริง แต่ไม่มีอำนาจในการบริหารจัดการบริษัท และรับผิดชอบเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับของเสียไม่อันตราย จึงยืนยันถึงความบริสุทธิ์ใจในการปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบเพื่อประโยชน์สาธารณะ
ขณะเดียวกัน ในมุมมองของผู้ประกอบการและผู้เฝ้าระวังด้านสิ่งแวดล้อมยังคงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและติดตามประเด็นการบริหารความเสี่ยงเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนในอุตสาหกรรมจัดการของเสียอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตรวจสอบของภาคการเมืองเป็นไปอย่างรอบคอบและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย








