นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมท่าอากาศยาน (ทย.) พิจารณาดำเนินออกมาตรการส่งเสริมและพัฒนาเส้นทางบิน ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันให้ท่าอากาศยานภูมิภาคเป็น “Airport for Regional Development” โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการเชื่อมโยงการคมนาคมกับเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของประเทศโดยจากการดำเนินงานที่ผ่านมา ได้มีการประชุมหารือกับผู้ประกอบการสายการบิน ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในภูมิภาค เพื่อร่วมกันหารือแนวทางการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมการเปิดเส้นทางใหม่และการเพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางที่มีศักยภาพ รวมถึงบูรณาการ การตลาดด้านการท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมกระตุ้นการเดินทาง และการพัฒนาเส้นทางบินให้สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่เพื่อสร้างความคุ้มค่าในการดำเนินธุรกิจของสายการบิน ควบคู่กับการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการเดินทางของประชาชน และยกระดับท่าอากาศยานภูมิภาคให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ
นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า ตนได้ให้แนวทางแก่กรมท่าอากาศยานไปจัดทำมาตรการโดยต้องเน้นถึงประโยชน์ต่อประชาชน ในการเพิ่มทางเลือกการเดินทางให้สามารถเดินทางได้สะดวกขึ้น มีเส้นทางบินตรงไปยังภูมิภาคต่าง ๆ การลดระยะเวลาเดินทางและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของธุรกิจ การค้า และการท่องเที่ยวที่ตามมา
"การดำเนินมาตรการดังกล่าวนี้ไม่เพียงเป็นการสนับสนุนสายการบิน แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และคุ้มค่า พร้อมทั้งช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคอย่างยั่งยืนอีกด้วย"
นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา ทย. มีมาตรการส่งเสริมการเปิดเส้นทางบินภายในประเทศ เพื่อส่งเสริมให้สายการบินภายในประเทศเปิดเส้นทางบินใหม่มายังท่าอากาศยานในสังกัด ซึ่งมาตรการดังกล่าวทำให้มีสายการบินเปิดเส้นทางบินใหม่ และช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนได้มากยิ่งขึ้น
นายดนัย กล่าวต่อว่า ขณะนี้กรมท่าอากาศยานอยู่ระหว่างการพิจารณาออกมาตรการส่งเสริมพัฒนาเส้นทางบินต่อไปอีก โดยจากเดิมที่ให้สิทธิเฉพาะเส้นทางบินภายประเทศเท่านั้น มาตรการใหม่จึงปรับเพิ่มการให้สิทธิสำหรับเที่ยวบินเส้นทางระหว่างประเทศ ทั้งเที่ยวบินแบบประจำ (Scheduled Flight) และเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ (Charter Flight) เพื่อให้มาตรการดังกล่าวสามารถตอบสนองต่อนโยบาย และแนวทางของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไข ดังนี้ 1. สายการบินใหม่ ให้ส่วนลดค่าบริการ Landing & Parking ในอัตราร้อยละ 50 เป็นระยะเวลา 6 เดือน สำหรับสายการบินที่ไม่เคยเปิดให้บริการมายังท่าอากาศยานของกรมท่าอากาศยาน หรือสายการบินที่เคยให้บริการแต่ได้หยุดทำการบินไปแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และ2. เส้นทางบินใหม่ ให้ส่วนลดค่าบริการ Landing & Parking ในอัตราร้อยละ 50 เป็นระยะเวลา 1 ปี สำหรับเส้นทางบินใหม่ที่เปิดให้บริการมายังท่าอากาศยานของกรมท่าอากาศยาน หรือเส้นทางบินที่เคยมีการทำการบินแต่ได้หยุดทำการบินไปแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี ซึ่งคาดว่าจะสามารถออกมาตรการส่งเสริมดังกล่าวได้ภายในต้นเดือนสิงหาคมนี้ นายดนัยกล่าว








