บริษัท เคจฟรีฟาร์ม จำกัด สุพรรณบุรี ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการร่วมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสวัสดิภาพสัตว์และระบบอาหารที่ยั่งยืน ทางฟาร์มได้เดินหน้าแผนปฏิบัติการเปลี่ยนผ่านระบบการเลี้ยงไก่ไข่สู่ระบบไม่ใช้กรง (Cage-Free) ซึ่งนับเป็นการให้คำมั่นสัญญาจากผู้ผลิตรายเดียวที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขยายกำลังการเลี้ยงไก่ไข่ไร้กรงให้ครบ 1 ล้านตัว ภายในสิ้นปี 2571
ความคืบหน้าล่าสุด เคจฟรีฟาร์ม ได้ให้การต้อนรับคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (Egg Board) ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมและศึกษาความพร้อมของฟาร์ม ในฐานะผู้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่แบบไม่ใช้กรง (Cage-Free) พร้อมร่วมประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไข่ไก่ไร้กรง ซึ่งผลการประชุมบรรลุตามวัตถุประสงค์ทุกประการ
“กล้าสร้างความสำเร็จใหม่” สู่มาตรฐานไข่ไก่ที่ดีกว่าเพื่อคนไทย
คุณชัยพร สีถัน ผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท เคจฟรีฟาร์ม จำกัด ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์และเบื้องหลังของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ว่า "การก้าวจาก ‘ไก่ในกรง’ สู่ ‘ไก่ไข่เคจฟรี’ เกิดจากความเชื่อมั่นว่า ไข่ไก่คุณภาพสูงต้องมาจากแม่ไก่ที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี การปรับเปลี่ยนวิถีการเลี้ยงในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การแข่งขันทางธุรกิจ แต่คือการยกระดับสุขภาพของผู้บริโภคชาวไทยให้ดีขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้เราไม่ได้เดินเพียงลำพัง แต่ได้รับแรงสนับสนุนจากพันธมิตรทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ นักวิชาการ เอกชน และคะตะลิสต์ เพื่อร่วมกันสร้างมาตรฐานใหม่ที่ยั่งยืนให้กับวงการปศุสัตว์ไทยในด้านสวัสดิภาพในสัตว์เป็นสำคัญ"
พร้อมเปิดตัว “ฟาร์มสาธิต” เฟสแรก สู่ศูนย์การเรียนรู้ที่ยั่งยืนแห่งแรกในประเทศไทย
โอกาสนี้ คุณชัยพร ได้ประกาศเปิดตัว “ฟาร์มสาธิตการเลี้ยงไก่ไข่ไร้กรง” อย่างเป็นทางการ โดยในเฟสเริ่มต้นนี้ได้นำร่องเริ่มเลี้ยงลูกไก่ไข่ไร้กรงจำนวนหลายพันตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดการณ์ว่าจะสามารถให้ผลผลิตไข่ไก่เคจฟรีล็อตแรกจากฟาร์มสาธิตแห่งนี้ได้ภายใน 6 เดือนข้างหน้า มีเป้าหมายการนำเข้าสายพันธุ์พ่อแม่ไก่เคจฟรีจากต่างประเทศที่สามารถยกระดับตลาดไข่ไก่เคจฟรี ด้วยน้ำหนักฟองที่ 50-60 กรัม/ฟองเป็นมาตรฐาน
นอกจากนี้ การบริหารจัดการภายในฟาร์มยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ โดยมีการใช้พลังงานสะอาดผ่านระบบโซล่ารูฟในฟาร์ม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ฟาร์มสาธิตแห่งนี้จะถูกพัฒนาให้เป็น "ศูนย์เรียนรู้ฟาร์มไก่ไร้กรงเคจฟรีฟาร์ม" ที่พร้อมเปิดประตูต้อนรับบุคคลทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของฟาร์มเดิมที่ต้องการปรับเปลี่ยนระบบ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นธุรกิจ นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ให้สามารถเข้ามาเยี่ยมชม ศึกษาดูงาน และเปลี่ยนผ่านสู่วิถีเกษตรกรรมที่ยั่งยืนร่วมกัน
ผนึกกำลัง “คะตะลิสต์” สนับสนุนการขยายตลาดอย่างเป็นรูปธรรม
บริษัท เคจฟรีฟาร์ม จำกัด ยังได้แต่งตั้ง บริษัท คะตะลิสต์ จำกัด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) เข้าร่วมเป็นคณะที่ปรึกษาด้านการตลาดโดยนายพรชัย ศรีสุนทรไท รองผู้อำนวยการ บริษัท คะตะลิสต์ จำกัด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) ในฐานะที่เป็นผู้บริหารโครงการ Happy Egg ตั้งแต่ปี 2566 ได้เปิดเผยถึงความสำเร็จในการทำงานร่วมกับ เคจฟรีฟาร์ม ว่า “ตลอด 3 ปีที่คะตะลิสต์ได้ร่วมศึกษาและวางแผนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ Cage-Free ร่วมกับบริษัท เคจฟรีฟาร์ม จำกัด นับเป็นโครงการยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค บทบาทของเราจากนี้ คือ การเป็นผู้สนับสนุนด้านการตลาด เพื่อเชื่อมโยงผลผลิตคุณภาพเข้ากับกลุ่มผู้จัดซื้อทั้งในภาคธุรกิจบริการและกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ใส่ใจความยั่งยืน เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าความมุ่งมั่นของ ‘เคจฟรีฟาร์ม’ จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมไข่ไก่ของประเทศไทยได้อย่างแท้จริง” โดยการยึดกลยุทธ การตลาดนำการผลิต เพื่อให้ตลาดไข่ไก่เคจฟรีสามารถพัฒนาได้ก้าวกว้างไกลยิ่งขึ้น
เคจฟรีฟาร์มมุ่งมั่นร่วมยกระดับไข่ไก่ไทยสู่สากล
คุณชัยพร กล่าวทิ้งท้ายว่า "เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการบุกเบิกเส้นทางนี้ และมุ่งมั่นที่จะพัฒนามาตรฐานของฟาร์มอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างระบบนิเวศอาหารที่ปลอดภัยและยั่งยืน ทั้งนี้ เพื่อความโปร่งใสและสร้างการมีส่วนร่วม ทางฟาร์มจะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ระบบไม่ขังกรง ในวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 9.30 – 11.30 น. ณ ศาลารวมใจ หมู่ที่ 5 บ้านดอนต้นคาง ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าและข่าวสารของศูนย์เรียนรู้ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ Cagefreefarm”








