PHAT จัดงาน Analyst Meeting เดินหน้าระดมทุน IPO ไม่เกิน 147 ล้านหุ้น ระดมทุนเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนรองรับกำลังการผลิตเป็น 90 ตันผลปาล์มสดต่อชม. รองรับฤดูปาล์มนี้ รวมถึงลงทุนสร้างโรงงานสกัดน้ำมันเมล็ดในปาล์ม (CPKO) ต่อยอดผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบเดิมภายในปี 2570 ต่อยอดตลาดส่งออก เสริมศักยภาพเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Growth) ยกระดับความสามารถในการแข่งขันในตลาดน้ำมันปาล์มดิบทั้งในประเทศและต่างประเทศ ชูจุดเด่นของธุรกิจที่ผสานความมั่นคง Defensive จากความต้องการใช้น้ำมันปาล์มที่มีอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับแผนการเติบโตที่ชัดเจน (Growth Drivers) ผ่านการขยายกำลังการผลิต การเพิ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม และการขยายตลาดต่างประเทศ
บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHAT ผู้ประกอบธุรกิจสกัดน้ำมันปาล์มดิบและส่งออกผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงจากปาล์มในอำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ นำโดย นายสมนึก จันทวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, ดร.ธิเบศร์ จันทวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ, นายพีรณัฐ สวัสดิจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบัญชีและการเงิน, นางสาวภัทรวี จันทวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ, นายปาลิต ตั้นเอง ผู้อำนวยการฝ่ายโครงการ พร้อมด้วย นางดาริน กาญจนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายณัชพงศ์ เตียวศิริชัยสกุล รองประธานอาวุโส บริษัท ออพท์เอเชีย แคปิตอล จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ร่วมนำเสนอภาพรวมการดำเนินธุรกิจและแผนงานในอนาคต เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ตามแผนการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (IPO) จำนวนไม่เกิน 147 ล้านหุ้น คิดเป็น 31% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขาย IPO ครั้งนี้ มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท ให้แก่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์จากบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ
นางดาริน กล่าวว่า บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งโดย นายสมนึก จันทวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มมากว่า 30 ปี มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้บริหารที่ปรึกษาออกแบบและก่อสร้างโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบในภาคใต้อย่างครบวงจร ทั้งการออกแบบ การวางระบบ การผลิต การบริหารต้นทุน และการตลาด จึงทำให้เข้าใจโครงสร้างและกระบวนการผลิตน้ำมันปาล์มดิบในทุกมิติ ทำให้สามารถเชื่อมโยงห่วงโซ่อุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างลึกซึ้ง ก่อนนำประสบการณ์มาต่อยอดสร้างโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบขึ้นเองในปี 2560 ในฐานะเจ้าของกิจการกลางน้ำ ที่รับผลผลิตจากเกษตรกรนำมาสกัดเป็นน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) คุณภาพสูง เพื่อจำหน่ายให้ลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ ในปี 2568 มีสัดส่วนการจำหน่ายในประเทศ 80% และต่างประเทศ 20% เริ่มส่งออกไปประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลก เมื่อช่วงไตรมาส 3 ปี 2568 ภายหลังจากเริ่มขยายตลาดส่งออก บริษัทสามารถเพิ่มสัดส่วนการส่งออกจากร้อยละ 20 ในปี 2568 เป็นร้อยละ 75 ในไตรมาส 1 ปี 2569 สะท้อนศักยภาพในการขยายฐานลูกค้า และความยืดหยุ่นในการบริหารช่องทางการจำหน่าย สามารถเลือกกระจายการขายระหว่างตลาดในประเทศและต่างประเทศตามภาวะอุปสงค์ อุปทาน และระดับราคาของแต่ละตลาด อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมศักยภาพในการรักษาความสามารถในการทำกำไรและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งส่งเสริมการผลิตปาล์มน้ำมันตามมาตรฐาน RSPO (Roundtable on Sustainable Palm Oil) ให้กับกลุ่มเกษตรกรวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันภัทร เพื่อยกระดับการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนตั้งแต่ต้นทางของห่วงโซ่อุปทาน โดยมีเป้าหมายลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รักษาสิทธิแรงงาน ยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนของบริษัท และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันน้ำมันปาล์มของบริษัทในตลาดโลก
PHAT เป็นบริษัทที่ผสานจุดแข็งของธุรกิจเชิงรับ (Defensive) และศักยภาพการเติบโต (Growth) โดยดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความต้องการใช้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจมีลักษณะเชิงรับ (Defensive) ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนการเติบโตที่ชัดเจน ทั้งการขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับ Peak Season การลงทุนโรงสกัดน้ำมันเมล็ดในปาล์ม (CPKO) เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบเดิม และการขยายตลาดส่งออก ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารช่องทางการจำหน่ายและฐานลูกค้า ตลอดจนเพิ่มโอกาสในการสร้างผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ด้านนายสมนึก กล่าวว่า โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบของบริษัทตั้งอยู่ในอำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นแหล่งปลูกปาล์มอันดับสองของประเทศ และอยู่ใกล้ท่าเรือส่งออกจังหวัดภูเก็ต จึงได้เปรียบด้านโลจิสติกส์ บริษัทดำเนินธุรกิจผลิตน้ำมันปาล์มดิบครบวงจร ตั้งแต่การรับซื้อผลปาล์มสด นำมาสกัดเป็นน้ำมันปาล์มดิบ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์พลอยได้อื่น ๆ ปัจจุบัน ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ปี 2569 เป็นต้นไป จะมีกำลังการผลิต 90 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง หรือมีจำนวนการผลิตรวมโดยประมาณ 2,100 ตันผลปาล์มสดต่อวัน ถือเป็นโรงสกัดขนาดกลางถึงใหญ่ที่มีศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก พร้อมรองรับความต้องการตลาดในประเทศและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์พลอยได้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดสากล
การระดมทุนครั้งนี้ บริษัทมีแผนเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรม โดยขยายกำลังการผลิตให้เพียงพอกับความต้องการน้ำมันปาล์มดิบทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้มีดีมานด์สูงต่อเนื่อง รวมถึงลงทุนก่อสร้างโรงงานสกัดน้ำมันจากเมล็ดในปาล์ม (CPKO) ภายในพื้นที่โรงงานเดิม เพื่อเสริมศักยภาพการผลิตและลดต้นทุนต่าง ๆ โดยน้ำมัน CPKO มีราคาสูงกว่าน้ำมันปาล์มดิบทั่วไป และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการก่อสร้างโครงการ Biogas ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในโรงงานได้ในอนาคต หนุนให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว พร้อมกันนี้ บริษัทมุ่งเดินหน้ายกระดับองค์กรสู่การเป็น Sustainable & Growth Company ที่สอดคล้องกับเทรนด์ความยั่งยืนที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดและการเติบโต รองรับความต้องการทั้งในประเทศและต่างประเทศ








