กรมพัฒนาธุรกิจการค้า รับข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินเกมส์รุก ‘ป้องปราบนอมินี’ ให้สิ้นซาก รุดหารือ สภาวิชาชีพบัญชีฯ สภาทนายความฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงทำความเข้าใจสมาชิกผู้ประกอบวิชาชีพฯ ไม่ให้ความช่วยเหลือหรือให้บริการจัดตั้งนิติบุคคลแก่ชาวต่างชาติที่ทุจริตในรูปแบบ ‘นอมินี’ พร้อมขอให้กำหนดบทลงโทษขั้นสูงสุดแก่สมาชิกฯ ที่ทำให้ ‘เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ’ ทั้งนักบัญชี และทนายความที่ร่วมกระทำความผิดหรือรู้เห็นเป็นใจ ‘ตัดต้นตอแต่ต้น’ ไม่ให้ลุกลามเป็นเนื้อร้ายทำลายเศรษฐกิจประเทศ
วันที่ 30 มิถุนายน 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า วันนี้ได้เชิญนายกสภาวิชาชีพบัญชีฯ นายกสภาทนายความฯ ประธานคณะกรรมการจรรยาบรรณผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ประธานคณะกรรมการมรรยาททนายความ นายกสมาคมสำนักงานบัญชีคุณภาพ สมาคมสำนักงานบัญชีไทย สมาคมสำนักงานบัญชีและกฎหมาย สมาคมผู้สอบบัญชีภาษีอากรแห่งประเทศไทย สมาคมสำนักงานสอบบัญชีไทย สมาคมสำนักงานบัญชีตัวแทน (ประเทศไทย) สมาคมนักบัญชีไทย และผู้แทนกระทรวงยุติธรรม กระทรวงการคลัง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เข้าร่วมหารือถึง ‘มาตรการป้องกันและปราบปรามการใช้นอมินีในการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย’ เนื่องจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดตั้งนิติบุคคลที่มีลักษณะเป็นการให้บุคคลสัญชาติไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) พบว่า มีผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ และผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีบางราย เป็นกลุ่มเสี่ยงที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการให้คำปรึกษา คำแนะนำ ช่วยเหลือ หรือเอื้อประโยชน์ให้มีการหลีกเลี่ยงกฎหมายในรูปแบบ ‘นอมินี’ เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายแก่ประเทศชาติ
อธิบดีพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า สาระสำคัญของการหารือ เน้นไปที่การแลกเปลี่ยนข้อมูลของแต่ละหน่วยงาน เพื่อนำมาวิเคราะห์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเป็นนอมินีถือหุ้นแทนคนต่างชาติ รวมถึงการกำกับดูแลผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี และผู้ประกอบวิชาชีพทนายความให้ปฏิบัติงานเป็นไปตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ 2 วิชาชีพ ชี้แจงทำความเข้าใจกับสมาชิกผู้ประกอบวิชาชีพฯ ไม่ให้ความช่วยเหลือหรือให้บริการจัดตั้งนิติบุคคลที่มีลักษณะให้บุคคลสัญชาติไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ นอมินี รวมถึง การกำหนดมาตรการทางจรรยาบรรณและมารยาทต่อผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีและผู้ประกอบวิชาชีพทนายความที่ให้ความช่วยเหลือหรือเอื้อประโยชน์ต่อชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยโดยทุจริต โดยขอให้หน่วยงานที่กำกับดูแลทั้ง 2 วิชาชีพ กำหนดบทลงโทษขั้นสูงสุดแก่สมาชิกฯ ที่ร่วมกระทำความผิดหรือรู้เห็นเป็นใจ ทำให้ ‘เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ’ อันเป็นการ ‘ตัดต้นตอแต่ต้น’ ของปัญหานอมินีไม่ให้ลุกลามเป็นเนื้อร้ายทำลายเศรษฐกิจประเทศในภาพรวม
"กรมฯ มั่นใจว่า หากสำนักงานบัญชีและสำนักงานทนายความซึ่งเป็นจุดตั้งต้นที่ชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยขอรับคำปรึกษาการเข้ามาประกอบธุรกิจ ได้ให้รายละเอียดและคำแนะนำที่ถูกต้องตามกฎหมาย คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก และยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพอย่างเคร่งครัด จะช่วยให้ปัญหานอมินีที่กำลังเกิดขึ้น ทุเลาเบาบางลงหรือหมดสิ้นไป สร้างความเชื่อมั่นและสร้างความเป็นธรรมแก่นักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศโดยสุจริต"
อธิบดีพูนพงษ์ กล่าวว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หากพบการใช้คนไทยเป็นนอมินีหรือการประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมาย จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ โดยจะดำเนินการมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันและปราบปรามการใช้โครงสร้างนิติบุคคลอำพรางการถือครองธุรกิจของคนต่างด้าว
ทั้งนี้การปราบปรามนอมินีไม่สามารถใช้มาตรการทางกฎหมายได้เพียงลำพัง แต่ต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานหรือกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องในการให้คำปรึกษาแนะนำแก่นักลงทุนชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยให้ดำเนินการโดยถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเป็นการช่วยส่งเสริมการลงทุนของชาวต่างชาติที่มีประสิทธิภาพ และนำมาซึ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริง ซึ่งสุดท้ายผลดีนั้นก็จะย้อนกลับไปยังหน่วยงานหรือกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องให้ได้รับผลประโยชน์ในระยะยาว
อธิบดีพูนพงษ์ กล่าวว่า การป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินีอย่างจริงจัง เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี รวมถึงรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ให้เข้มงวดกวดขันกับการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหา “นอมินี” และให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการคลัง หารือร่วมกับ สภาทนายความฯ และสภาวิชาชีพบัญชีฯ เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งดำเนินการปราบปรามการกระทำความผิดทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการคุ้มครองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม และรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
“ขอเตือนบุคคลที่ให้ความร่วมมือกับชาวต่างชาติในการใช้ชื่อเป็นตัวแทนผู้ถือหุ้นถือเป็นการกระทำผิดในฐานนอมินีและมีความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยคนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจผ่านนอมินี หรือผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือยินยอมให้ใช้ชื่อตนเองถือหุ้นแทน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 - 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากยังฝ่าฝืนไม่เลิกการกระทำผิดจะมีโทษปรับรายวันวันละ 10,000 - 50,000 บาท”
อธิบดีพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีฯ จำนวน 87,552 ราย และมีทนายความที่เป็นสมาชิกสภาทนายความฯ จำนวน 94,702 ราย








