“ธุ่ย โงว” กรรมการผู้จัดการหญิงคนแรกของโซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย กับภารกิจนำบริษัทฯ สู่บทใหม่แห่งการเติบโต เมื่อ AI ต้องเดินเคียงข้างมนุษย์
ตลอดการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมายาวนานกว่า 22 ปี วันนี้ โซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย กำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ของการเติบโตภายใต้การนำของ คุณ “ธุ่ย โงว” (Thuy Ngo) กรรมการผู้จัดการหญิงคนแรกของโซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย ผู้ซึ่งนำประสบการณ์การบริหารงานระดับภูมิภาคมาผสานกับวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาคน เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตอย่างยั่งยืน
สำหรับคุณธุ่ยนั้นการเข้ามารับตำแหน่งในประเทศไทยไม่ใช่เพียงอีกก้าวหนึ่งของความสำเร็จในเส้นทางอาชีพ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการตอกย้ำวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ยอมรับความหลากหลาย และส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับพนักงาน ลูกค้า และสังคมโดยรวม และเธอได้เน้นย้ำว่า “มรดกทางความเป็นผู้นำที่ฉันอยากทิ้งไว้ คือการสร้างองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน มีความเป็นเลิศในการดำเนินงาน และเปิดโอกาสให้ผู้คนจากทุกภูมิหลังได้เติบโตไปพร้อมกัน”
ก้าวต่อไปของโซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย ในปีที่ 22
ในมุมมองของคุณธุ่ย อนาคตของโซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงธุรกิจบริการอาหาร แต่คือการต่อยอดความเชี่ยวชาญสู่การเป็นพันธมิตรด้านบริการแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งภาคการศึกษา อุตสาหกรรม เฮลท์แคร์ และการบริหารจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบวงจร (Integrated Facilities Management)
เธอเชื่อว่าองค์กรในปัจจุบันไม่ได้มองหาผู้ให้บริการเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการพันธมิตรที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการ และสร้างคุณค่าในระยะยาวให้กับธุรกิจได้อย่างแท้จริง
ด้วยรากฐานความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งที่โซเด็กซ์โซ่ได้สร้างร่วมกับลูกค้าในประเทศไทยตลอดกว่า 2 ทศวรรษ บริษัทจึงเดินหน้านำเทคโนโลยี นวัตกรรม และโซลูชันที่ตอบโจทย์เฉพาะองค์กรเข้ามายกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล นักเรียนในสถานศึกษา หรือพนักงานในภาคอุตสาหกรรมและองค์กรธุรกิจ
เมื่อ AI เปลี่ยนโลก แต่ “คน” ยังคงเป็นหัวใจของงานบริการ
ท่ามกลางกระแสที่ AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกอุตสาหกรรม คุณธุ่ยมองว่าเทคโนโลยีไม่ควรถูกมองเป็นเครื่องมือที่เข้ามาแทนที่มนุษย์ แต่ควรเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้มนุษย์ทำงานได้ดีขึ้น AI สามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูล คาดการณ์ความต้องการของผู้บริโภค ลดปริมาณขยะอาหาร เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงาน รวมถึงช่วยวางแผนกำลังคนได้อย่างแม่นยำมากขึ้น แต่สิ่งที่เทคโนโลยียังไม่สามารถทดแทนได้ คือความเข้าอกเข้าใจ ความไว้วางใจ และการตัดสินใจบนพื้นฐานของคุณค่าความเป็นมนุษย์
“AI ควรเข้ามาเสริมศักยภาพ ไม่ใช่เข้ามาแทนที่มนุษย์” แนวคิดดังกล่าวสะท้อนชัดเจนถึงปรัชญาการดำเนินธุรกิจของโซเด็กซ์โซ่ที่ยังคงยึดมั่นในหลัก “People-Centered Service” หรือการให้บริการที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง แม้ในวันที่เทคโนโลยีกำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
Future Workplace 2030: เมื่อสถานที่ทำงานต้องยืดหยุ่นและเข้าใจพนักงานมากขึ้น
เมื่อมองไปสู่ปี 2030 คุณธุ่ยยังเชื่อว่าสถานที่ทำงานจะมีความยืดหยุ่น เชื่อมต่อด้วยเทคโนโลยีมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ต้องมีความเป็นมนุษย์มากขึ้นเช่นกัน องค์กรที่สามารถดึงดูดและรักษาคนเก่งไว้ได้ จะไม่ใช่เพียงองค์กรที่ให้ผลตอบแทนสูง แต่ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน ให้ความสำคัญกับความหลากหลาย สุขภาวะของพนักงาน และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Gen Z ที่ไม่ได้มองหาเพียงรายได้หรือตำแหน่งงาน แต่ต้องการงานที่มีความหมาย ความโปร่งใสในการบริหาร และผู้นำที่พร้อมรับฟัง
สำหรับโซเด็กซ์โซ่ ความยืดหยุ่นไม่ได้หมายถึงเพียงการทำงานจากที่บ้าน แต่รวมถึงการออกแบบรูปแบบการทำงานที่ตอบโจทย์ผู้คนในแต่ละช่วงชีวิต การส่งเสริมสุขภาวะ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่
ผู้นำแห่งอนาคต ต้องผสานนวัตกรรมเข้ากับความเห็นอกเห็นใจ
คุณธุ่ย เชื่อว่าแม้อนาคตของการทำงานจะถูกขับเคลื่อนด้วย AI และเทคโนโลยี แต่ความสำเร็จจะยังคงขึ้นอยู่กับ “คน” ผู้นำในยุคใหม่จึงต้องมีทั้งความเข้าใจเทคโนโลยีและความเข้าใจพนักงาน ต้องสามารถสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพทางธุรกิจกับคุณภาพชีวิตของพนักงาน พร้อมผสานนวัตกรรมเข้ากับความเห็นอกเห็นใจได้อย่างลงตัว เพราะท้ายที่สุดแล้ว องค์กรที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนไม่ใช่องค์กรที่ใช้เทคโนโลยีได้ดีที่สุด แต่อาจเป็นองค์กรที่สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อปลดล็อกศักยภาพของผู้คน และยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ได้ดีที่สุดต่างหาก








